แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคข้อเข่าเสื่อม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคข้อเข่าเสื่อม แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

สาเหตุโรคข้อเข่าอักเสบ บิม100 อาหารเสริมน้ำมังคุดดูแลสุขภาพข้อเข่าอักเสบ...





สาเหตุโรคข้อเข่าอักเสบ บิม100 อาหารเสริมน้ำมังคุดูแลสุขภาพข้อเข่าอักเสบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife


โรคข้อเข่าเสื่อมคืออะไร

        โรคข้อเข่าเสื่อม คือ โรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งเป็นผลมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นและการใช้งานมาก เมื่อมีการใช้งานผิวข้อที่สึกจะมีการขัดสีกัน ทำให้เกิดอาการปวดข้อเข่าตามมา



มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง

        1.  อายุ การเกิดข้อเข่าเสื่อมจะพบมากตามอายุที่เพิ่มขึ้น

        2.  เพศ พบในเพศหญิงบ่อยกว่าเพศชาย

        3.  พันธุกรรม อาจมีคนในครอบครัวเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วย

        4.  ภาวะอ้วน น้ำหนักตัวที่มากขึ้น ทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักและแรงกดทับมากขึ้น

        5.  การได้รับบาดเจ็บ เช่น การมีเอ็นไขว้หรือหมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด หรือมีกระดูกผิวข้อแตก



อาการและอาการแสดงเป็นอย่างไร

        1.  อาการปวด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด มักปวดมากขึ้นเมื่อใช้งานและลดลงหลังจากการพัก

        2.  ข้อยึดติด ถ้าเป็นมาก มุมของการเหยียดงอเข่าจะลดลง เคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันลำบาก

        3.  ข้อบวม อาจพบเป็นๆ หายๆ เกิดจากเยื่อบุข้อ มีการอักเสบหรือมีการสร้างน้ำไขข้อเพิ่มขึ้น

        4.  มีเสียงหรือมีความรู้สึกว่ากระดูกเสียดสีกันเวลาเคลื่อนไหวข้อ

        5.  ถ้าเป็นรุนแรง ข้อจะผิดรูป ขาโก่ง

        6.  ข้อหลวม รู้สึกไม่มั่นคงเวลายืนหรือเดิน เนื่องจากเอ็นรอบๆ ข้อหย่อน

        7.  กล้ามเนื้อรอบๆ ข้อมีขนาดเล็กลงและไม่มีแรง





การรักษาด้วยวิธีการไม่ผ่าตัด

        1. การปรับเปลี่ยนการใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้แก่

            -  การพักหรือใช้งานข้อให้น้อยลง หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นระยะเวลานาน

            -  หลีกเลี่ยงการนั่งงอเข่า เช่น คุกเข่า พับเพียบ ยองๆ ขัดสมาธิ หรือนั่งเก้าอี้ต่ำ

            -  หลีกเลี่ยงการเดินขึ้นลงบันไดโดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นควรเดินช้าๆ และขึ้นลงทีละขั้น

            -  หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งท่าเดียวนานๆ ควรเปลี่ยนท่าหรือขยับข้อเข่าอยู่เรื่อยๆ

            -  นั่งถ่ายบนโถนั่งชักโครก หรือใช้เก้าอี้ที่มีรูตรงกลางวางไว้เหนือคอห่านแทนการนั่งยองๆ ควรทำราวจับบริเวณโถนั่งเพื่อใช้ช่วยพยุงตัวเวลาจะนั่งหรือยืน



        2.  ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก ควรลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง

        3.  การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน เช่น ไม้เท้า ไม้ค้ำยัน จะช่วยลดแรงที่เกิดกับข้อได้

        4.  ที่นอนควรมีความสูงระดับเข่า ไม่ควรนอนบนพื้น เพราะจะปวดมากเวลาจะนอนหรือลุกขึ้น

        5.  การประคบอุ่นบริเวณข้อเข่า ช่วยลดอาการปวดและกล้ามเนื้อเกร็งได้

        6.  การสวมสนับเข่า ในกรณีที่ข้อเข่าเสียความมั่นคง จะช่วยกระชับข้อและลดอาการปวด

        7.  การทำกายภาพบำบัด ได้แก่ การฝึกความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบข้อ การเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ และการเพิ่มสมรรถภาพของร่างกาย

        8.  การใช้ยา ปัจจุบันมียาหลายกลุ่มที่ใช้รักษาโรคข้อเสื่อม ไก้แก่

            -  ยาแก้ปวดพาราเซตามอล เป็นยากลุ่มแรกที่ใช้ในการควบคุมอาการ

            -  ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ช่วยลดอาการปวดและการอักเสบของข้อ

            -  ยาช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างของข้อ เช่น กลูโคซามีนซัลเฟต จะช่วยชะลอโรค ซ่อมแซมผิวข้อ ลดการอักเสบและอาการปวด เป็นยาทางเลือกในข้อเสื่อมระยะเริ่มต้น

            -  ยาทาภายนอก ช่วยลดอาการโดยไม่ต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงจากยารับประทาน

            -  การฉีดน้ำเลี้ยงไขข้อ เป็นทางเลือกในการช่วยลดอาการปวดและช่วยให้การเคลื่อนไหวข้อดีขึ้น

            -  การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ เป็นทางเลือกในข้อเสื่อมรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาวิธีอื่น

เลิกทรมานกับอาการปวดกระดูก บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม ข้อเข่าอักเสบ โทร 094...





เลิกทรมานกับอาการปวดกระดูก บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม ข้อเข่าอักเสบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



เข่าเสื่อม (Knee Ostoearthritis) เกิดจากความเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนที่ข้อเข่า โดยมีสาเหตุสำคัญคืออายุที่มากขึ้น รวมไปถึงสาเหตุอื่น ๆ เช่น มีน้ำหนักตัวมาก เกิดอาการบาดเจ็บ หรือกรรมพันธุ์


เข่าเสื่อม



เข่าเสื่อมจะพบมากในวัยกลางคนจนไปถึงผู้สูงอายุ หากไม่ได้รับการรักษา โรคก็จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ และเมื่อมีการเคลื่อนไหวก็จะทำให้เกิดการเสียดสีจนสึกกร่อน รู้สึกฝืดที่ข้อเข่า เข่าผิดรูปและทำให้เกิดความเจ็บปวด หรือทำให้เกิดความยากลำบากและความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน


อาการเข่าเสื่อม



เมื่อต้องเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมบางอย่าง จะทำให้มีอาการเจ็บปวดและรู้สึกฝืดที่ข้อเข่า ทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก รวมไปถึงเมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวนาน ๆ ก็อาจทำให้เจ็บปวดและรู้สึกฝืดขัดที่ข้อเข้าได้เช่นกัน อาการอื่น ๆ ของเข่าเสื่อม ได้แก่



เมื่อต้องเคลื่อนไหวจะมีเสียงเสียงลั่นในข้อ

มีอาการกดเจ็บ





เข่าอ่อนแรงและเสียมวลกล้ามเนื้อ

ข้อเข่าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เต็มที่ เสียความยืดหยุ่น ข้อติดหรือขยับได้ยาก มักจะเกิดขึ้นเวลาเช้าหรือต้องนั่งเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความยากลำบากเวลาเดิน ขึ้นบันได หรือลุกจากเก้าอี้

ผู้ที่มีอาการสำคัญของเข่าเสื่อม เช่น อาการเจ็บปวด ข้อเข่าฝืด รวมไปถึงอาการที่กล่าวไปข้างต้น หากมีอาการติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและหาทางรักษา เพราะหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้อาการมีความรุนเแรงยิ่งขึ้น



สาเหตุของเข่าเสื่อม



สาเหตุของเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่ปกป้องส่วนปลายกระดูกข้อต่อเสื่อมลง ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ได้กล่าวในข้างต้นตามมา เข่าเสื่อมที่มาจากสาเหตุอื่นหรือไม่ทราบสาเหตุ มีดังต่อไปนี้



อายุ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดเข่าเสื่อมจะมีมากขึ้นเมื่อมีอายุที่มากขึ้น แต่ก็สามารถเกิดกับผู้ที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอายุ 40 ปี ขึ้นไป

การบาดเจ็บ ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ และแม้ว่าจะได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้ในอนาคต

เพศ เพศหญิงมีโอกาสเกิดเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป แต่ในกรณีนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาจทำให้ข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก 3-4 เท่าต่อน้ำหนักตัว  ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้เข่าเสื่อมได้เมื่อเวลาผ่านไป

กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยข้ออักเสบบางรายจะพบว่ามีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคเข่าเสื่อม

เกิดจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ เข่าเสื่อมอาจมีสาเหตุจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดการทำลายของข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์

นอกจากนั้น ผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องยกของหนักหรือแบกรับน้ำหนักมาก ๆ เป็นเวลาติดต่อกันยาวนาน ก็จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้มากขึ้น

ปัญหาข้อเข่าเสื่อม Bim100 สร้างนน้ำหล่อเลี้ยงเข่า โรคข้อเข่าเสื่อม โทร 0...





ปัญหาข้อเข่าเสื่อม Bim100 สร้างนน้ำหล่อเลี้ยงเข่า โรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife


โรคข้อเข่าเสื่อมคืออะไร

        โรคข้อเข่าเสื่อม คือ โรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งเป็นผลมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นและการใช้งานมาก เมื่อมีการใช้งานผิวข้อที่สึกจะมีการขัดสีกัน ทำให้เกิดอาการปวดข้อเข่าตามมา



มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง

        1.  อายุ การเกิดข้อเข่าเสื่อมจะพบมากตามอายุที่เพิ่มขึ้น

        2.  เพศ พบในเพศหญิงบ่อยกว่าเพศชาย

        3.  พันธุกรรม อาจมีคนในครอบครัวเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วย

        4.  ภาวะอ้วน น้ำหนักตัวที่มากขึ้น ทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักและแรงกดทับมากขึ้น

        5.  การได้รับบาดเจ็บ เช่น การมีเอ็นไขว้หรือหมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด หรือมีกระดูกผิวข้อแตก



อาการและอาการแสดงเป็นอย่างไร

        1.  อาการปวด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด มักปวดมากขึ้นเมื่อใช้งานและลดลงหลังจากการพัก

        2.  ข้อยึดติด ถ้าเป็นมาก มุมของการเหยียดงอเข่าจะลดลง เคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันลำบาก

        3.  ข้อบวม อาจพบเป็นๆ หายๆ เกิดจากเยื่อบุข้อ มีการอักเสบหรือมีการสร้างน้ำไขข้อเพิ่มขึ้น

        4.  มีเสียงหรือมีความรู้สึกว่ากระดูกเสียดสีกันเวลาเคลื่อนไหวข้อ

        5.  ถ้าเป็นรุนแรง ข้อจะผิดรูป ขาโก่ง

        6.  ข้อหลวม รู้สึกไม่มั่นคงเวลายืนหรือเดิน เนื่องจากเอ็นรอบๆ ข้อหย่อน

        7.  กล้ามเนื้อรอบๆ ข้อมีขนาดเล็กลงและไม่มีแรง





การรักษาด้วยวิธีการไม่ผ่าตัด

        1. การปรับเปลี่ยนการใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้แก่

            -  การพักหรือใช้งานข้อให้น้อยลง หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นระยะเวลานาน

            -  หลีกเลี่ยงการนั่งงอเข่า เช่น คุกเข่า พับเพียบ ยองๆ ขัดสมาธิ หรือนั่งเก้าอี้ต่ำ

            -  หลีกเลี่ยงการเดินขึ้นลงบันไดโดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นควรเดินช้าๆ และขึ้นลงทีละขั้น

            -  หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งท่าเดียวนานๆ ควรเปลี่ยนท่าหรือขยับข้อเข่าอยู่เรื่อยๆ

            -  นั่งถ่ายบนโถนั่งชักโครก หรือใช้เก้าอี้ที่มีรูตรงกลางวางไว้เหนือคอห่านแทนการนั่งยองๆ ควรทำราวจับบริเวณโถนั่งเพื่อใช้ช่วยพยุงตัวเวลาจะนั่งหรือยืน



        2.  ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก ควรลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง

        3.  การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน เช่น ไม้เท้า ไม้ค้ำยัน จะช่วยลดแรงที่เกิดกับข้อได้

        4.  ที่นอนควรมีความสูงระดับเข่า ไม่ควรนอนบนพื้น เพราะจะปวดมากเวลาจะนอนหรือลุกขึ้น

        5.  การประคบอุ่นบริเวณข้อเข่า ช่วยลดอาการปวดและกล้ามเนื้อเกร็งได้

        6.  การสวมสนับเข่า ในกรณีที่ข้อเข่าเสียความมั่นคง จะช่วยกระชับข้อและลดอาการปวด

        7.  การทำกายภาพบำบัด ได้แก่ การฝึกความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบข้อ การเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ และการเพิ่มสมรรถภาพของร่างกาย

        8.  การใช้ยา ปัจจุบันมียาหลายกลุ่มที่ใช้รักษาโรคข้อเสื่อม ไก้แก่

            -  ยาแก้ปวดพาราเซตามอล เป็นยากลุ่มแรกที่ใช้ในการควบคุมอาการ

            -  ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ช่วยลดอาการปวดและการอักเสบของข้อ

            -  ยาช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างของข้อ เช่น กลูโคซามีนซัลเฟต จะช่วยชะลอโรค ซ่อมแซมผิวข้อ ลดการอักเสบและอาการปวด เป็นยาทางเลือกในข้อเสื่อมระยะเริ่มต้น

            -  ยาทาภายนอก ช่วยลดอาการโดยไม่ต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงจากยารับประทาน

            -  การฉีดน้ำเลี้ยงไขข้อ เป็นทางเลือกในการช่วยลดอาการปวดและช่วยให้การเคลื่อนไหวข้อดีขึ้น

            -  การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ เป็นทางเลือกในข้อเสื่อมรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาวิธีอื่น

15วันอาการปวดกระดูกดีขึ้น Bim100 อาหารเสริมน้ำมังคุด โรคข้อเข่าเสื่อม โท...





15วันอาการปวดกระดูกดีขึ้น Bim100 อาหารเสริมน้ำมังคุด โรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



เข่าเสื่อม (Knee Ostoearthritis) เกิดจากความเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนที่ข้อเข่า โดยมีสาเหตุสำคัญคืออายุที่มากขึ้น รวมไปถึงสาเหตุอื่น ๆ เช่น มีน้ำหนักตัวมาก เกิดอาการบาดเจ็บ หรือกรรมพันธุ์


เข่าเสื่อม



เข่าเสื่อมจะพบมากในวัยกลางคนจนไปถึงผู้สูงอายุ หากไม่ได้รับการรักษา โรคก็จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ และเมื่อมีการเคลื่อนไหวก็จะทำให้เกิดการเสียดสีจนสึกกร่อน รู้สึกฝืดที่ข้อเข่า เข่าผิดรูปและทำให้เกิดความเจ็บปวด หรือทำให้เกิดความยากลำบากและความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน


อาการเข่าเสื่อม



เมื่อต้องเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมบางอย่าง จะทำให้มีอาการเจ็บปวดและรู้สึกฝืดที่ข้อเข่า ทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก รวมไปถึงเมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวนาน ๆ ก็อาจทำให้เจ็บปวดและรู้สึกฝืดขัดที่ข้อเข้าได้เช่นกัน อาการอื่น ๆ ของเข่าเสื่อม ได้แก่



เมื่อต้องเคลื่อนไหวจะมีเสียงเสียงลั่นในข้อ

มีอาการกดเจ็บ





เข่าอ่อนแรงและเสียมวลกล้ามเนื้อ

ข้อเข่าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เต็มที่ เสียความยืดหยุ่น ข้อติดหรือขยับได้ยาก มักจะเกิดขึ้นเวลาเช้าหรือต้องนั่งเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความยากลำบากเวลาเดิน ขึ้นบันได หรือลุกจากเก้าอี้

ผู้ที่มีอาการสำคัญของเข่าเสื่อม เช่น อาการเจ็บปวด ข้อเข่าฝืด รวมไปถึงอาการที่กล่าวไปข้างต้น หากมีอาการติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและหาทางรักษา เพราะหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้อาการมีความรุนเแรงยิ่งขึ้น



สาเหตุของเข่าเสื่อม



สาเหตุของเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่ปกป้องส่วนปลายกระดูกข้อต่อเสื่อมลง ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ได้กล่าวในข้างต้นตามมา เข่าเสื่อมที่มาจากสาเหตุอื่นหรือไม่ทราบสาเหตุ มีดังต่อไปนี้



อายุ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดเข่าเสื่อมจะมีมากขึ้นเมื่อมีอายุที่มากขึ้น แต่ก็สามารถเกิดกับผู้ที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอายุ 40 ปี ขึ้นไป

การบาดเจ็บ ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ และแม้ว่าจะได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้ในอนาคต

เพศ เพศหญิงมีโอกาสเกิดเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป แต่ในกรณีนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาจทำให้ข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก 3-4 เท่าต่อน้ำหนักตัว  ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้เข่าเสื่อมได้เมื่อเวลาผ่านไป

กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยข้ออักเสบบางรายจะพบว่ามีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคเข่าเสื่อม

เกิดจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ เข่าเสื่อมอาจมีสาเหตุจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดการทำลายของข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์

นอกจากนั้น ผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องยกของหนักหรือแบกรับน้ำหนักมาก ๆ เป็นเวลาติดต่อกันยาวนาน ก็จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้มากขึ้น

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

สาเหตุโรคข้อเข่าเสื่อม BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเส...





สาเหตุโรคข้อเข่าเสื่อม BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม Osteoarthritis of the knee



ข้อเข่าเสื่อมหรือโรคข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่ข้อเข่าผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน เกิดการเสื่อมของข้อ ทำให้มีการงอกของกระดูกเวลาเดินจะเจ็บข้อ มีการผิดรูปของข้อเข่า โรคข้อเข่าเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุทำให้เกิดความทรมานแก่ผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง คุณภาพชีวิตลดลง และทำให้โรคอื่นๆกำเริบ เช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เนื่องจากออกกำลังไม่ได้



โครงสร้างของข้อเข่า



ข้อเข่าของคนประกอบไปด้วยกระดูก 3 ส่วนคือ



กระดูกต้นขา Femur ซึ่งเป็นกระดูกส่วนบนของเข่า

กระดูกหน้าแข็ง Tibia ซึ่งเป็นกระดูกส่วนล่างของเข่า

กระดูกสะบ้า Patella ซึ่งอยู่ส่วนหน้าของเข่า

ผิวของข้อเข่าจะมีกระดูกอ่อน cartilage รูปครึ่งวงกลมหุ้ม ทำหน้าที่กระจายน้ำหนัก ในข้อเข่าจะมีน้ำเลี้ยง synovial fluid เปรียบเสมือนน้ำหล่อลื่น เป็นการป้องกันการสึกของข่อเข่า เมื่อเราเดินหรือวิ่ง ข้อของเราจะต้องรับน้ำหนักเพิ่ม ดังนั้นยิ่งน้ำหนักตัวมากเท่าใดข้อต้องรับน้ำหนักมากเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีเอ็นและกล้ามเนื้อที่ทำให้ข้อเข่าแข็งแรง



กลไกการเกิดข้อเข่าเสื่อม



ข้อเข่าเสื่อมหมายถึงการที่กระดูกอ่อนของเข่ามีการเสื่อมสภาพ ทำให้กระดูกอ่อนไม่สามารถเป็นเบาะรองรับน้ำหนัก และมีการสูญเสียคุณสมบัติของน้ำหล่อเลี้ยงเข่า เมื่อมีการเคลื่อนไหวของข้อเข่า ก็จะเกิดการเสียดสี และเกิดการสึกหรอของกระดูกอ่อน ผิวของกระดูกอ่อนจะแข็ง ไม่เรียบ เมื่อข้อเข่าเคลื่อนไหวจะเกิดเสียงดังในข้อ เกิดอาการเจ็บปวด หากข้อเข่ามีการอักเสบก็จะมีการสร้างน้ำข้อเข่าเพิ่มทำให้เกิดการบวม ตึง และปวดข้อเข่า



เมื่อมีการเสื่อมมากขึ้น ข้อเข่าก็จะมีการโก่งงอ ทำให้เกิดอาการปวดเข่าทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว และขนาดของจ้อเข่าก็มีขนาดใหญ่ขึ้น ในที่สุดผู้ป่วยต้องใช้ไม้เท้าช่วยในการเดิน บางท่านไม่เดินทำให้กล้ามเนื้อต้นขาลีบและไม่มีกำลัง ข้อจะติดเหมือนมีสนิมเกาะเท้าจะเหยียดไม่สุด



เมื่อข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น กระดูกอ่อนจะมีขนาดบางลง ผิวจะขรุขระ จะมีการงอกของกระดูกขึ้นมาเรียกว่า osteophyte เมื่อมีการอักเสบเยื่อหุ้มข้อจะสร้างน้ำเลี้ยงข้อเพิ่ม ทำให้ข้อมีขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อลีบลง การเปลี่ยนแปลงของข้อจะเป็นไปอย่างช้าๆ โดยที่ผู้ป่วยไม่ทราบ ในรายที่เป็นรุนแรงกระดูกอ่อนจะบางมาก ปลายกระดูกจะมาชนกันเวลาขยับข้อจะเกิดการเสียดสีในข้อ


ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม ข้อเข่าอักเสบ โทร 088...





ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม ข้อเข่าอักเสบ 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม Osteoarthritis of the knee



ข้อเข่าเสื่อมหรือโรคข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่ข้อเข่าผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน เกิดการเสื่อมของข้อ ทำให้มีการงอกของกระดูกเวลาเดินจะเจ็บข้อ มีการผิดรูปของข้อเข่า โรคข้อเข่าเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุทำให้เกิดความทรมานแก่ผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง คุณภาพชีวิตลดลง และทำให้โรคอื่นๆกำเริบ เช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เนื่องจากออกกำลังไม่ได้



โครงสร้างของข้อเข่า



ข้อเข่าของคนประกอบไปด้วยกระดูก 3 ส่วนคือ



กระดูกต้นขา Femur ซึ่งเป็นกระดูกส่วนบนของเข่า

กระดูกหน้าแข็ง Tibia ซึ่งเป็นกระดูกส่วนล่างของเข่า

กระดูกสะบ้า Patella ซึ่งอยู่ส่วนหน้าของเข่า

ผิวของข้อเข่าจะมีกระดูกอ่อน cartilage รูปครึ่งวงกลมหุ้ม ทำหน้าที่กระจายน้ำหนัก ในข้อเข่าจะมีน้ำเลี้ยง synovial fluid เปรียบเสมือนน้ำหล่อลื่น เป็นการป้องกันการสึกของข่อเข่า เมื่อเราเดินหรือวิ่ง ข้อของเราจะต้องรับน้ำหนักเพิ่ม ดังนั้นยิ่งน้ำหนักตัวมากเท่าใดข้อต้องรับน้ำหนักมากเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีเอ็นและกล้ามเนื้อที่ทำให้ข้อเข่าแข็งแรง



กลไกการเกิดข้อเข่าเสื่อม



ข้อเข่าเสื่อมหมายถึงการที่กระดูกอ่อนของเข่ามีการเสื่อมสภาพ ทำให้กระดูกอ่อนไม่สามารถเป็นเบาะรองรับน้ำหนัก และมีการสูญเสียคุณสมบัติของน้ำหล่อเลี้ยงเข่า เมื่อมีการเคลื่อนไหวของข้อเข่า ก็จะเกิดการเสียดสี และเกิดการสึกหรอของกระดูกอ่อน ผิวของกระดูกอ่อนจะแข็ง ไม่เรียบ เมื่อข้อเข่าเคลื่อนไหวจะเกิดเสียงดังในข้อ เกิดอาการเจ็บปวด หากข้อเข่ามีการอักเสบก็จะมีการสร้างน้ำข้อเข่าเพิ่มทำให้เกิดการบวม ตึง และปวดข้อเข่า



เมื่อมีการเสื่อมมากขึ้น ข้อเข่าก็จะมีการโก่งงอ ทำให้เกิดอาการปวดเข่าทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว และขนาดของจ้อเข่าก็มีขนาดใหญ่ขึ้น ในที่สุดผู้ป่วยต้องใช้ไม้เท้าช่วยในการเดิน บางท่านไม่เดินทำให้กล้ามเนื้อต้นขาลีบและไม่มีกำลัง ข้อจะติดเหมือนมีสนิมเกาะเท้าจะเหยียดไม่สุด



เมื่อข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น กระดูกอ่อนจะมีขนาดบางลง ผิวจะขรุขระ จะมีการงอกของกระดูกขึ้นมาเรียกว่า osteophyte เมื่อมีการอักเสบเยื่อหุ้มข้อจะสร้างน้ำเลี้ยงข้อเพิ่ม ทำให้ข้อมีขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อลีบลง การเปลี่ยนแปลงของข้อจะเป็นไปอย่างช้าๆ โดยที่ผู้ป่วยไม่ทราบ ในรายที่เป็นรุนแรงกระดูกอ่อนจะบางมาก ปลายกระดูกจะมาชนกันเวลาขยับข้อจะเกิดการเสียดสีในข้อ

เลิกทรมานกับอาการปวดกระดูก Bim100 อาหารเสริมน้ำมังคุด โรคข้อเข่าเสื่อม โ...




เลิกทรมานกับอาการปวดกระดูก Bim100 อาหารเสริมน้ำมังคุด โรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



สาเหตุความเสื่อมของข้อเข่า

คามเสื่อมแบบปฐมภูมิ หรือไม่ทราบสาเหตุ เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัย

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเสื่อมของข้อเข่า ได้แก่

อายุ พบว่า อายุ 40 ปี เริ่มมีข้อเสื่อม อายุ 60 ปี เป็นข้อเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ 40

เพศ ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อของร่างกาย

น้ำหนักตัวที่เกิน น้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับเข่าเสื่อม พบว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงที่กระทำต่อข้อเข่า 1-1.5 กิโลกรัม ขณะเดียวกันเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูก ส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น

การใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ เป็นต้น

ความบกพร่องของส่วนประกอบของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวมกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง

กรรมพันธุ์ โรคข้อเข่าเสื่อมมีหลักฐานการถ่ายทอดทางพันธุกรรมน้อยกว่าที่ข้อนิ้วมือเสื่อม



ความเสื่อมแบบทุติยภูมิ เป็นความเสื่อมที่ทราบสาเหตุ เช่น เคยประสบอุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น การบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข้อเข่าจากการทำงานหรือการเล่นกีฬา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์ ข้ออักเสบติดเชื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น อ้วน เป็นต้น



โรคข้อเข่าเสื่อมและวิธีการถนอมข้อเข่าเทียม



หมายถึง โรคที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทั้งทางด้านรูปร่าง โครงสร้าง การท้างานของกระดูกข้อต่อและกระดูกบริเวณใกล้ข้อ การเปลี่ยน แปลงที่เกิดขึ้นไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมและอาจมีความเสื่อมรุนแรงขึ้นตามลำดับ





สาเหตุความเสื่อมของข้อเข่า

คามเสื่อมแบบปฐมภูมิ หรือไม่ทราบสาเหตุ เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัย



ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อควำมเสื่อมของข้อเข่า ได้แก่

อายุ พบว่า อายุ 40 ปี เริ่มมีข้อเสื่อม อายุ 60 ปี เป็นข้อเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ 40

เพศ ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อของร่างกาย

น้ำหนักตัวที่เกิน น้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับเข่าเสื่อม พบว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงที่กระทำต่อข้อเข่า 1-1.5 กิโลกรัม ขณะเดียวกันเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูก ส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น

การใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ เป็นต้น

ความบกพร่องของส่วนประกอบของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวมกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง

กรรมพันธุ์ โรคข้อเข่าเสื่อมมีหลักฐานการถ่ายทอดทางพันธุกรรมน้อยกว่าที่ข้อนิ้วมือเสื่อม



ความเสื่อมแบบทุติยภูมิ เป็นความเสื่อมที่ทราบสาเหตุ เช่น เคยประสบอุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น การบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข้อเข่าจากการทำงานหรือการเล่นกีฬา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์ ข้ออักเสบติดเชื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น อ้วน เป็นต้น



อาการ และอาการแสดงของโรคข้อเข่าเสื่อม

อาการในระยะแรก เริ่มปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน ขึ้นลงบันได หรือนั่งพับเข่า อาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดพักการใช้ข้อ ร่วมกับมีอาการข้อฝืดขัดโดยเฉพาะเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เมื่อขยับข้อจะรู้สึกถึงการเสียดสีของกระดูกหรือมีเสียงดังในข้อ



เมื่อมีภาวะข้อเสื่อมรุนแรง อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้น บางครั้งปวดเวลากลางคืน อาจคลำส่วนกระดูกงอกได้บริเวณด้านข้างข้อ เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาเต็มที่จะมีอาการปวดหรือเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า หากมีการอักเสบจะมีข้อบวม ร้อน และตรวจพบน้ำในช่องข้อ ถ้ามีข้อเสื่อมมานานจะพบว่า เหยียดหรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุด กล้ามเนื้อต้นขาลีบ ข้อเข่าโก่ง หลวม หรือบิดเบี้ยวผิดรูป ท้าให้เดินและใช้ชีวิตประจ้าวันล้าบาก และมีอาการปวดเวลาเดินหรือขยับ



เกณฑ์การวินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อม

-มีอาการปวดเข่า

-ภาพรังสีแสดงกระดูกงอก

-มีข้อสนับสนุน 1 ข้อ ดังต่อไปนี้

           3.1 อายุเกิน 50 ปี

           3.2 อาการฝืดแข็งในตอนเช้านานน้อยกว่า 30 นาที

           3.3 มีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหวเข่า จากการเสียดสีของเยื่อบุภายในข้อ

สร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม ดูแลสุขภาพข้อเข่า โทร ...




สร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม ดูแลสุขภาพข้อเข่า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



สาเหตุความเสื่อมของข้อเข่า

คามเสื่อมแบบปฐมภูมิ หรือไม่ทราบสาเหตุ เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัย

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเสื่อมของข้อเข่า ได้แก่

อายุ พบว่า อายุ 40 ปี เริ่มมีข้อเสื่อม อายุ 60 ปี เป็นข้อเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ 40

เพศ ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อของร่างกาย

น้ำหนักตัวที่เกิน น้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับเข่าเสื่อม พบว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงที่กระทำต่อข้อเข่า 1-1.5 กิโลกรัม ขณะเดียวกันเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูก ส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น

การใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ เป็นต้น

ความบกพร่องของส่วนประกอบของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวมกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง

กรรมพันธุ์ โรคข้อเข่าเสื่อมมีหลักฐานการถ่ายทอดทางพันธุกรรมน้อยกว่าที่ข้อนิ้วมือเสื่อม



ความเสื่อมแบบทุติยภูมิ เป็นความเสื่อมที่ทราบสาเหตุ เช่น เคยประสบอุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น การบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข้อเข่าจากการทำงานหรือการเล่นกีฬา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์ ข้ออักเสบติดเชื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น อ้วน เป็นต้น



โรคข้อเข่าเสื่อมและวิธีการถนอมข้อเข่าเทียม



หมายถึง โรคที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทั้งทางด้านรูปร่าง โครงสร้าง การท้างานของกระดูกข้อต่อและกระดูกบริเวณใกล้ข้อ การเปลี่ยน แปลงที่เกิดขึ้นไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมและอาจมีความเสื่อมรุนแรงขึ้นตามลำดับ





สาเหตุความเสื่อมของข้อเข่า

คามเสื่อมแบบปฐมภูมิ หรือไม่ทราบสาเหตุ เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัย



ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อควำมเสื่อมของข้อเข่า ได้แก่

อายุ พบว่า อายุ 40 ปี เริ่มมีข้อเสื่อม อายุ 60 ปี เป็นข้อเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ 40

เพศ ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อของร่างกาย

น้ำหนักตัวที่เกิน น้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับเข่าเสื่อม พบว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงที่กระทำต่อข้อเข่า 1-1.5 กิโลกรัม ขณะเดียวกันเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูก ส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น

การใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ เป็นต้น

ความบกพร่องของส่วนประกอบของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวมกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง

กรรมพันธุ์ โรคข้อเข่าเสื่อมมีหลักฐานการถ่ายทอดทางพันธุกรรมน้อยกว่าที่ข้อนิ้วมือเสื่อม



ความเสื่อมแบบทุติยภูมิ เป็นความเสื่อมที่ทราบสาเหตุ เช่น เคยประสบอุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น การบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข้อเข่าจากการทำงานหรือการเล่นกีฬา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์ ข้ออักเสบติดเชื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น อ้วน เป็นต้น



อาการ และอาการแสดงของโรคข้อเข่าเสื่อม

อาการในระยะแรก เริ่มปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน ขึ้นลงบันได หรือนั่งพับเข่า อาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดพักการใช้ข้อ ร่วมกับมีอาการข้อฝืดขัดโดยเฉพาะเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เมื่อขยับข้อจะรู้สึกถึงการเสียดสีของกระดูกหรือมีเสียงดังในข้อ



เมื่อมีภาวะข้อเสื่อมรุนแรง อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้น บางครั้งปวดเวลากลางคืน อาจคลำส่วนกระดูกงอกได้บริเวณด้านข้างข้อ เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาเต็มที่จะมีอาการปวดหรือเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า หากมีการอักเสบจะมีข้อบวม ร้อน และตรวจพบน้ำในช่องข้อ ถ้ามีข้อเสื่อมมานานจะพบว่า เหยียดหรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุด กล้ามเนื้อต้นขาลีบ ข้อเข่าโก่ง หลวม หรือบิดเบี้ยวผิดรูป ท้าให้เดินและใช้ชีวิตประจ้าวันล้าบาก และมีอาการปวดเวลาเดินหรือขยับ



เกณฑ์การวินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อม

-มีอาการปวดเข่า

-ภาพรังสีแสดงกระดูกงอก

-มีข้อสนับสนุน 1 ข้อ ดังต่อไปนี้

           3.1 อายุเกิน 50 ปี

           3.2 อาการฝืดแข็งในตอนเช้านานน้อยกว่า 30 นาที

           3.3 มีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหวเข่า จากการเสียดสีของเยื่อบุภายในข้อ

วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561

BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด สมุนไพรช่วยโรคข้อเสื่อม โทร 094 709 4444





BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด สมุนไพรช่วยโรคข้อเสื่อม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ เป็นโรคที่มักพบได้บ่อยอย่างมาก และเนื่องจาก ข้อเข่า เป็นอวัยวะที่จะต้องรองรับน้ำหนักตัวอยู่ตลอดเวลา



อีกทั้ง ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพคล่องแคล่ว



แต่หากเราใช้ชีวิตแบบผิดๆ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กับพฤติกรรมบางอย่าง ที่เป็นปัจจัยนำมาสู่การเกิด โรคข้อเข่าเสื่อม อยู่ก็ย่อมไม่ดีเป็นแน่



โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุที่มีโอกาสในการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมสูง ยิ่งไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพในระหว่างวันอย่างยิ่ง



ดังนั้น เพื่อลดอาการปวด และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของข้อเข่าในวัยสูงอายุ รวมถึงช่วงวัยอื่นๆ ด้วย



เราจึงชวนคุณมาทำความรู้จักโรคข้อเข่าเสื่อมโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็น สาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม อาการ และแนวทางรักษามีอย่างไรบ้าง มาติดตามกันดังต่อไปนี้ได้เลย



ทำความรู้จักโรคข้อเข่าเสื่อม 

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มักพบในผู้สูงอายุ โดยพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แต่ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเรื้อรัง อย่างเช่น


โรครูมาตอยด์ โรคเกาต์ หรือผู้ที่เคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่ข้อเข่า ก็สามารถเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมตั้งแต่อายุยังไม่มากได้เช่นเดียวกัน







โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีโอกาสในการเกิดโรคข้อเสื่อมได้สูงกว่าผู้ชาย อันเนื่องจากกระดูกและกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงน้อยกว่าผู้ชายนั่นเอง



อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม 

อาการปวดเข่า ถือเป็นอาการสำคัญแรกเริ่มของการเป็นโรคนี้เลยก็ว่าได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดเมื่อยตึงเข่าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง



รวมทั้งยังปวดตึงบริเวณน่องร่วมด้วย ในกรณีที่มีอาการหนักมากขึ้นก็จะปวดเข่า แม้กระทั่งมีการเคลื่อนไหว



ไม่ว่าจะเป็นการลุก นั่ง เดิน และทำให้การเดินขึ้น-ลงบันได ยังเป็นไปอย่างไม่คล่องตัวเช่นเดิมอีกด้วย



ข้อเข่าโก่งงอ ลักษณะของข้อเข่าสามารถโก่งได้ทั้งด้านนอกและด้านใน ทำให้ขาสั่น การเดินเป็นไปอย่างลำบาก และยังมีอาการปวดในเวลาเดินร่วมด้วย



ข้อเข่ายึดติด ผู้ป่วยจะไม่สามารถเหยียดขา หรืองอขาออกได้สุดเช่นเดิม เพราะมีการยึดติดกันอยู่ภายในข้อ



มีเสียงขึ้นภายในข้อ เมื่อผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวหรือเดิน ก็จะรู้สึกได้ถึงเสียงที่เกิดขึ้นภายในข้อ โดยมาพร้อมๆ กับอาการปวดเข่า

BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคข้อเสื่อม โทร 088 826 4444





BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคข้อเสื่อม 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife



ข้อเข่าเสื่อม เกิดจากอะไร?



ข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนที่คลุมอยู่บริเวณปลายข้อต่อหัวเข่าบางลงหรือผุลง จนปลายกระดูกเริ่มเข้าใกล้และเสียดสีกัน ทำให้เกิดอาการเจ็บเวลาเดินหรืองอเข่า จนเริ่มเดินขาโก่งโดยไม่รู้ตัว และในที่สุดก็กลายเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม





ใครที่มีความเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อม



- ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป



- ผู้หญิง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย เพราะความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน้อยกว่า



- น้ำหนักตัวที่สูงขึ้น เกิดจากพฤติกรรมการกินที่มากเกินไป และขาดการออกกำลังกาย



- การสวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน



สัญญาณอันตรายของโรคข้อเข่าเสื่อม

มีอาการเจ็บข้อเข่าเมื่อมีการเดิน หรือยืน เป็นเวลาติดต่อกันนาน 2-4 อาทิตย์

เจ็บหัวเข่าเมื่อเดินขึ้นลงบันได

ในระยะหลังๆ อาจมีอาการเจ็บแม้กระทั่งเดินธรรมดาปกติ

เริ่มเดินขาโก่ง หรือขาแยกโดยไม่รู้ตัว









เสียงดังกรอบแกรบลั่นออกมาจากข้อ อันตรายหรือไม่?



เสียงจากข้อต่อเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ อาจจะเกิดจากปลอกหุ้มข้อต่อขยายออกและแรงดันในข้อต่อลดลง จนก๊าซที่ละลายอยู่ในน้ำไขข้อมารวมตัวกันจนกลายเป็นก๊าซขนาดใหญ่ จากนั้นเมื่อปลอกหุ้มข้อต่อขยายออกไปอีก น้ำไขข้อไหลกลับเข้าสู่ข้ออีกครั้ง ฟองก๊าซนั้นก็ยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว จนเป็นเสียงดังในข้อขึ้นมา



นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการขยับกระดูกบริเวณข้อต่ออย่างต่อเนื่อง เป็นการกระทบ หรือเสียดสีกันระหว่างกระดูกอ่อน เส้นเอ็น และส่วนอื่นๆ บริเวณใกล้เคียง



แต่หากเป็นเสียงของกระดูกอ่อนที่เชื่อมต่อข้อต่างๆ เสื่อมสภาพลง จนเกิดเป็นอาการอักเสบขึ้นมา เมื่อนั้นก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้เช่นกัน



5 วิธีหลีกเลี่ยงการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม



บริหารกล้ามเนื้อรอบหัวเข่าอยู่เสมอ โดยนั่งเหยียดและกระดกปลายเท้าโดยไม่งอเข่า และสามารถออกกำลังกายบริหาร โดยใช้ท่าหมุนหัวเข่า หมุนไปกลับ 3 เช็ต เช็ตละ 20 ครั้ง หรืออาจเป็นท่าอื่นๆ ที่ใกล้เคียงได้



หลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันไดบ่อยๆ หรือหลายขั้นๆ มากเกินไป



ควบคุมน้ำหนักของร่างกายไม่ให้มากเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน



หากมีอาการปวดหัวเข่ามากๆ จนทนไม่ไหว สามารถเลือกทานยาแก้อักเสบของข้อเข่าได้ แต่ควรทานเมื่อจำเป็นเท่านั้น



หลีกเลี่ยงอิริยาบถที่ต้องงอเข่ามากๆ เช่น การนั่งยองๆ นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งคุกเข่านานๆ



หากมีอาการเจ็บปวดมาก หรือรู้สึกเสียงแปร๊บที่หัวเข่า ควรรีบพบแพทย์เพื่อมำการรักษาอย่างถูกวิธี อน่าทานแล้วซื้อยามาทานเองทุกครั้งที่มีอาการปวดเป็นอันขาด เพราะนอกจากจะไม่ใช่วิธีการรักษาที่ถูกต้องแล้ว อาจมีความเสี่ยงที่จะดื้อยา หรือใช้ยาแก้อักเสบที่ไม่ถูกต้องได้ค่ะ

BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม โทร 088 826 4444





BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ เป็นโรคที่มักพบได้บ่อยอย่างมาก และเนื่องจาก ข้อเข่า เป็นอวัยวะที่จะต้องรองรับน้ำหนักตัวอยู่ตลอดเวลา



อีกทั้ง ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพคล่องแคล่ว



แต่หากเราใช้ชีวิตแบบผิดๆ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กับพฤติกรรมบางอย่าง ที่เป็นปัจจัยนำมาสู่การเกิด โรคข้อเข่าเสื่อม อยู่ก็ย่อมไม่ดีเป็นแน่



โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุที่มีโอกาสในการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมสูง ยิ่งไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพในระหว่างวันอย่างยิ่ง



ดังนั้น เพื่อลดอาการปวด และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของข้อเข่าในวัยสูงอายุ รวมถึงช่วงวัยอื่นๆ ด้วย



เราจึงชวนคุณมาทำความรู้จักโรคข้อเข่าเสื่อมโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็น สาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม อาการ และแนวทางรักษามีอย่างไรบ้าง มาติดตามกันดังต่อไปนี้ได้เลย



ทำความรู้จักโรคข้อเข่าเสื่อม 

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มักพบในผู้สูงอายุ โดยพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แต่ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเรื้อรัง อย่างเช่น


โรครูมาตอยด์ โรคเกาต์ หรือผู้ที่เคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่ข้อเข่า ก็สามารถเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมตั้งแต่อายุยังไม่มากได้เช่นเดียวกัน







โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีโอกาสในการเกิดโรคข้อเสื่อมได้สูงกว่าผู้ชาย อันเนื่องจากกระดูกและกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงน้อยกว่าผู้ชายนั่นเอง



อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม 

อาการปวดเข่า ถือเป็นอาการสำคัญแรกเริ่มของการเป็นโรคนี้เลยก็ว่าได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดเมื่อยตึงเข่าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง



รวมทั้งยังปวดตึงบริเวณน่องร่วมด้วย ในกรณีที่มีอาการหนักมากขึ้นก็จะปวดเข่า แม้กระทั่งมีการเคลื่อนไหว



ไม่ว่าจะเป็นการลุก นั่ง เดิน และทำให้การเดินขึ้น-ลงบันได ยังเป็นไปอย่างไม่คล่องตัวเช่นเดิมอีกด้วย



ข้อเข่าโก่งงอ ลักษณะของข้อเข่าสามารถโก่งได้ทั้งด้านนอกและด้านใน ทำให้ขาสั่น การเดินเป็นไปอย่างลำบาก และยังมีอาการปวดในเวลาเดินร่วมด้วย



ข้อเข่ายึดติด ผู้ป่วยจะไม่สามารถเหยียดขา หรืองอขาออกได้สุดเช่นเดิม เพราะมีการยึดติดกันอยู่ภายในข้อ



มีเสียงขึ้นภายในข้อ เมื่อผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวหรือเดิน ก็จะรู้สึกได้ถึงเสียงที่เกิดขึ้นภายในข้อ โดยมาพร้อมๆ กับอาการปวดเข่า

BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลโรคข้อเข่าเสื่อม โทร 094 709 4444



BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลโรคข้อเข่าเสื่อม 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife


โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม คือ ภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อเข่า มีการสึกหรอและเสื่อมอย่างช้าๆและจะ เป็นมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ทำให้เกิดอาการปวดเข่า เข่าบวม ข้อยึดติด มีเสียงดังในเข่า เข่าผิดรูปไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ

โรคข้อเข่าเสื่อมนี้เกิดจากการเสื่อมตามอายุขัยส่วนใหญ่ เกิดกับข้อใหญ่ๆ เช่น ข้อสะโพก ข้อเข่าและข้อกระดูกสันหลัง ปัญหาปวดเข่าพบได้มากในผู้สูงอายุหญิงมากกว่าชาย เนื่องจากขนบธรรมเนียมไทยที่ต้องนั่งคุกเข่าพับเพียบ ขัดสมาธิ ซึ่งเป็นท่าที่ทำให้ข้อเข่าถูกกดพับ และเอ็นกล้ามเนื้อถูกยึดมาก การนั่งเช่นนั้นนานๆ ทำให้การหมุนเวียนของเลือดไปเลี้ยงเข่าไม่ได้ดี และเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย อีกทั้งต้องทำงานหนักไม่มีการพัก ประกอบกับน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ทำให้เข่าต้องแบกน้ำหนักส่วนเกินนั้น กล้ามเนื้อจึงหย่อนสมรรถภาพลง จึงทำให้เป็นโรคเข่าเสื่อมได้ง่าย

สาเหตุหลักๆ ได้แก่

1. เป็นผลจากความเสื่อม และการใช้เข่าที่ไม่ถูกต้องมานาน

2. ความอ้วน น้ำหนักตัวมากๆ ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น

3. เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณเข่ามาก่อน เช่น กระดูกบริเวณเข่าหัก, ข้อเข่าเคลื่อนหลุด, เส้นเอ็นฉีกขาด หรือหมอนรองเข่าฉีกขาด

4. โรคข้ออักเสบ เช่น โรคเก๊าท์ หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น







อาการเริ่มแรกที่เตือนให้รู้ว่าเข่ากำลังมีปัญหา

เจ็บปวด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด อาจเป็นปวดแบบเมื่อยๆ พอทน ปวดแบบเป็นๆ หายๆ หรือในรายที่เข่าได้รับบาดเจ็บ จะปวดแบบเฉียบพลันและปวดรุนแรง

เข่าบวม เข่าที่บวมทันทีภายหลังจากได้รับบาดเจ็บ มักเกิดจากมีเลือดออกภายในข้อเข่า บวมที่เกิดขึ้นช้าๆ มักเกิดจากมีความผิดปกติขององค์ประกอบภายในข้อเอง

เข่าอ่อนหรือเข่าสะดุดติด อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่ที่พบบ่อยคือ เกิดจากมีบางสิ่งบางอย่างภายในข้อ ทำให้งอ หรือเหยียดเข่าในทันทีทันใดไม่ได้ เช่น เส้นเอ็นหรือกระดูกอ่อนที่ฉีกขาด หรือเศษกระดูกที่หยุดอยู่ในข้อ

เข่าฝืดหรือยึดติด อาจเป็นเฉพาะบางช่วงเวลาของวัน เช่น ตอนเช้าหลังตื่นนอน นั่งนานๆ แล้วลุกขึ้น หรือเกิดขึ้นภายหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเข่า

เมื่อปรากฎอาการดังกล่าวแล้วแสดงว่า ท่านเริ่มมีปัญหาของข้อเข่า ควรให้ความสนใจอย่างจริงจัง และพิจารณาดูว่า มีอะไรเป็นสาเหตุดังกล่าว จะเป็นต้องเริ่มต้นฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อของข้อเข่าให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะให้หลักประกันได้ว่า ท่านจะสามารถยืนและเดินอยู่บนขา และเข่าของตนเองได้ตลอดไป

วันที่ 3 วิธีป้องกันและการปฏิบัติ

- ควบคุมไม่ให้อ้วนเกินไป โดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย

- บริหารกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อนั้นให้แข็งแรง (วิธีการบริหารดูในการออกกำลังกาย)

- ลดการใช้งานข้อนั้นในท่าที่ผิดจากธรรมชาติ เช่น การนั่งยองๆ การนั่งพับเพียบ คุกเข่าและการนั่งขัดสมาธินานเกินไป เป็นต้น

- ขณะที่มีอาการปวด ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อให้การรักษาภาวะอักเสบของข้อ แล้วเริ่มทำกายภาพบำบัดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

- อาการปวดเริ่มแรกสามารถบรรเทาด้วยยาแก้ปวดพาราเซตามอล, การใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบจะช่วยลดการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ ขณะที่มีอาการปวดอยู่ควรหลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันได หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินมาก ถ้าเดินควรใช้ไม้เท้าช่วยพยุงตัวเวลาเดินและใส่สนับเข่าเพื่อช่วยให้ข้อเข่ากระชับ

- ควรหลีกเลี่ยงการนั่งกับพื้น เช่น การนั่งพับเพียบ คุกเข่า ขัดสมาธิและนั่งยองๆ ควรนั่งเก้าอี้ห้อยขา หรือนั่งเหยียดขาตรง อย่านั่งนานๆ ควรเปลี่ยนอริยาบถบ่อยๆ และควรใช้โถส้วมแบบนั่งแทนแบบนั่งยองๆ

ลดน้ำหนักเพื่อลดแรงกดกระแทกที่ข้อเข่าเวลาเดินหรือยืน

- บริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าอย่างสม่ำเสมอ

- ถ้าอาการไม่ทุเลาควรปรึกษาแพทย์

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561

BIM100 สาเหตุโรคข้อเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม ปวดข้อกระดูก โทร 088 826 4444





BIM100 สาเหตุโรคข้อเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม ปวดข้อกระดูก

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife



ข้อเข่าเสื่อม เกิดจากอะไร?



ข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนที่คลุมอยู่บริเวณปลายข้อต่อหัวเข่าบางลงหรือผุลง จนปลายกระดูกเริ่มเข้าใกล้และเสียดสีกัน ทำให้เกิดอาการเจ็บเวลาเดินหรืองอเข่า จนเริ่มเดินขาโก่งโดยไม่รู้ตัว และในที่สุดก็กลายเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม





ใครที่มีความเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อม



- ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป



- ผู้หญิง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย เพราะความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน้อยกว่า



- น้ำหนักตัวที่สูงขึ้น เกิดจากพฤติกรรมการกินที่มากเกินไป และขาดการออกกำลังกาย



- การสวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน



สัญญาณอันตรายของโรคข้อเข่าเสื่อม

มีอาการเจ็บข้อเข่าเมื่อมีการเดิน หรือยืน เป็นเวลาติดต่อกันนาน 2-4 อาทิตย์

เจ็บหัวเข่าเมื่อเดินขึ้นลงบันได

ในระยะหลังๆ อาจมีอาการเจ็บแม้กระทั่งเดินธรรมดาปกติ

เริ่มเดินขาโก่ง หรือขาแยกโดยไม่รู้ตัว









เสียงดังกรอบแกรบลั่นออกมาจากข้อ อันตรายหรือไม่?



เสียงจากข้อต่อเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ อาจจะเกิดจากปลอกหุ้มข้อต่อขยายออกและแรงดันในข้อต่อลดลง จนก๊าซที่ละลายอยู่ในน้ำไขข้อมารวมตัวกันจนกลายเป็นก๊าซขนาดใหญ่ จากนั้นเมื่อปลอกหุ้มข้อต่อขยายออกไปอีก น้ำไขข้อไหลกลับเข้าสู่ข้ออีกครั้ง ฟองก๊าซนั้นก็ยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว จนเป็นเสียงดังในข้อขึ้นมา



นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการขยับกระดูกบริเวณข้อต่ออย่างต่อเนื่อง เป็นการกระทบ หรือเสียดสีกันระหว่างกระดูกอ่อน เส้นเอ็น และส่วนอื่นๆ บริเวณใกล้เคียง



แต่หากเป็นเสียงของกระดูกอ่อนที่เชื่อมต่อข้อต่างๆ เสื่อมสภาพลง จนเกิดเป็นอาการอักเสบขึ้นมา เมื่อนั้นก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้เช่นกัน



5 วิธีหลีกเลี่ยงการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม



บริหารกล้ามเนื้อรอบหัวเข่าอยู่เสมอ โดยนั่งเหยียดและกระดกปลายเท้าโดยไม่งอเข่า และสามารถออกกำลังกายบริหาร โดยใช้ท่าหมุนหัวเข่า หมุนไปกลับ 3 เช็ต เช็ตละ 20 ครั้ง หรืออาจเป็นท่าอื่นๆ ที่ใกล้เคียงได้



หลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันไดบ่อยๆ หรือหลายขั้นๆ มากเกินไป



ควบคุมน้ำหนักของร่างกายไม่ให้มากเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน



หากมีอาการปวดหัวเข่ามากๆ จนทนไม่ไหว สามารถเลือกทานยาแก้อักเสบของข้อเข่าได้ แต่ควรทานเมื่อจำเป็นเท่านั้น



หลีกเลี่ยงอิริยาบถที่ต้องงอเข่ามากๆ เช่น การนั่งยองๆ นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งคุกเข่านานๆ



หากมีอาการเจ็บปวดมาก หรือรู้สึกเสียงแปร๊บที่หัวเข่า ควรรีบพบแพทย์เพื่อมำการรักษาอย่างถูกวิธี อน่าทานแล้วซื้อยามาทานเองทุกครั้งที่มีอาการปวดเป็นอันขาด เพราะนอกจากจะไม่ใช่วิธีการรักษาที่ถูกต้องแล้ว อาจมีความเสี่ยงที่จะดื้อยา หรือใช้ยาแก้อักเสบที่ไม่ถูกต้องได้ค่ะ

บิมร้อย น้ำมังคุด รู้ทันโรคข้อเข่าเสื่อม โทร 088 826 4444




บิมร้อย น้ำมังคุด รู้ทันโรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อมและวิธีการถนอมข้อเข่าเทียม



หมายถึง โรคที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทั้งทางด้านรูปร่าง โครงสร้าง การท้างานของกระดูกข้อต่อและกระดูกบริเวณใกล้ข้อ การเปลี่ยน แปลงที่เกิดขึ้นไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมและอาจมีความเสื่อมรุนแรงขึ้นตามลำดับ



สาเหตุความเสื่อมของข้อเข่า



คามเสื่อมแบบปฐมภูมิ หรือไม่ทราบสาเหตุ เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัย



ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อควำมเสื่อมของข้อเข่า ได้แก่



อายุ พบว่า อายุ 40 ปี เริ่มมีข้อเสื่อม อายุ 60 ปี เป็นข้อเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ 40

เพศ ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อของร่างกาย

น้ำหนักตัวที่เกิน น้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับเข่าเสื่อม พบว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงที่กระทำต่อข้อเข่า 1-1.5 กิโลกรัม ขณะเดียวกันเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูก ส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น

การใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ เป็นต้น

ความบกพร่องของส่วนประกอบของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวมกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง

กรรมพันธุ์ โรคข้อเข่าเสื่อมมีหลักฐานการถ่ายทอดทางพันธุกรรมน้อยกว่าที่ข้อนิ้วมือเสื่อม







ความเสื่อมแบบทุติยภูมิ เป็นความเสื่อมที่ทราบสาเหตุ เช่น เคยประสบอุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น การบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข้อเข่าจากการทำงานหรือการเล่นกีฬา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์ ข้ออักเสบติดเชื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น อ้วน เป็นต้น



อาการ และอาการแสดงของโรคข้อเข่าเสื่อม



อาการในระยะแรก เริ่มปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน ขึ้นลงบันได หรือนั่งพับเข่า อาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดพักการใช้ข้อ ร่วมกับมีอาการข้อฝืดขัดโดยเฉพาะเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เมื่อขยับข้อจะรู้สึกถึงการเสียดสีของกระดูกหรือมีเสียงดังในข้อ



เมื่อมีภาวะข้อเสื่อมรุนแรง อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้น บางครั้งปวดเวลากลางคืน อาจคลำส่วนกระดูกงอกได้บริเวณด้านข้างข้อ เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาเต็มที่จะมีอาการปวดหรือเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า หากมีการอักเสบจะมีข้อบวม ร้อน และตรวจพบน้ำในช่องข้อ ถ้ามีข้อเสื่อมมานานจะพบว่า เหยียดหรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุด กล้ามเนื้อต้นขาลีบ ข้อเข่าโก่ง หลวม หรือบิดเบี้ยวผิดรูป ท้าให้เดินและใช้ชีวิตประจ้าวันล้าบาก และมีอาการปวดเวลาเดินหรือขยับ



เกณฑ์การวินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อม



มีข้อสนับสนุน 1 ข้อ ดังต่อไปนี้



           3.1 อายุเกิน 50 ปี

           3.2 อาการฝืดแข็งในตอนเช้านานน้อยกว่า 30 นาที

           3.3 มีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหวเข่า จากการเสียดสีของเยื่อบุภายในข้อ

บิมร้อย น้ำมังคุด สมุนไพรช่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ข้ออักเสบ โทร 094 709 4444





บิมร้อย น้ำมังคุด สมุนไพรช่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ข้ออักเสบ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife



การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบันมีหลายวิธี โดย การใช้ยาฉีดเข่าข้อ (Hyaluronic Acid) ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน



Hyaluronic Acid หรือ HAเป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำในข้อ และในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมพบว่าน้ำในข้อมีความหนืดลดลง เนื่องจาก Hyaluronic Acid (HA) ภายในข้อมีปริมาณลดลง ดังนั้น การฉีดยา Hyaluronic Acid (HA) เข่าข้อจะช่วยเพิ่มความหนืดของน้ำในข้อ ให้มีความหล่อลื่นมากขึ้น และ ยาฉีดเข้าข้อยังมีประโยชน์ช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวข้อให้เกิดการผลิตน้ำหล่อเลี้ยงข้ออีกด้วย นอกจากนี้ ยาฉีด Hyaluronic Acid (HA) ยังมีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดข้อได้



การฉีดยา Hyaluronic Acid (HA) จะ ทำการฉีด ครั้งละ 1 เข็มต่อเนื่องกัน นาน 3-5 สัปดาห์ แต่ในปัจจุบัน มีการลดลงเหลือเพียงฉีดครั้งเดียว ซึ่งสะดวกต่อคนไข้ และลดโอกาส หรือ ความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงจากการฉีด



ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับจากยาฉีด Hyaluronic Acid (HA) คือ การลดการบาดเจ็บและการทำลายกระดูกอ่อนลดการอักเสบของข้อ, ช่วยกระจายแรงกระทำต่อข้อ ทำให้มีการถ่ายน้ำหนักภายในข้ออย่างมีประสิทธิภาพ และ เพิ่มความสามารถในการใช้งานของข้อ



หากคุณมีอาการเหล่านนี้มากกว่า 3 ข้อขึ้นไป คุณอาจมีความเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อม หากปล่อยไว้นานจนถึงระยะรุนแรง อาจเป็นหนักขั้นเดินไม่ได้ เพื่อชะลอความเสื่อมให้ช้าลง และได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ให้สามารถดำเนินคุณภาพชีวิตได้ตามปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ







คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมหรือไม่



โรคข้อเข่าเสื่อม

ปัญหาโรคกระดูกและข้อที่ไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บยังพบอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสึกหรอของข้อต่อต่างๆ ของร่างกายภายหลังการใช้งานมานาน ภาวะข้อเสื่อมตามสภาพร่างกายนั้นจึงเกิดขึ้นกับทุกคนเมื่อมีอายุมากขึ้น โรคข้อเสื่อมจึงเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ



โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อมเนื่องจากเป็นข้อที่รับน้ำหนักและใช้งานมาก การรักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมนับว่ามีความสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการดูแลช่วยเหลือตนเอง ลดอาการปวด ลดอาการแทรกซ้อน ชะลอการเสื่อมของข้อ ป้องกันความพิการ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น



โรคข้อเข่าเสื่อม



อาการสำคัญ

1.อาการข้อเข่าฝืด ตึง โดยเฉพาะในช่วงตื่นนอน หรือพักการใช้งานขอข้อเข่านานๆ

2.อาการปวดเข่า มีลักษณะปวดตื้อๆ ทั่วๆ ไปบริเวณข้อและมักปวดแบบเรื้อรัง อาการปวดจะมากขึ้นเมื่อมีการใช้งาน เช่น นั่งคุกเข่า นั่งยองๆ และจะทุเลาลงเมื่อพักการใช้งาน

3.มีเสียงในข้อเข่า เมื่อเวลาขยับเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากการเสียดสีของผิวข้อที่ไม่เรียบขรุขระ ซึ่งเป็นผลของการมีเศษกระดูก และอาจเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนในข้อที่พลิกไปมา

4.เวลาขึ้น-ลงบันได จะมีอาการเจ็บเสียวที่ข้อเข่า

5.การเปลี่ยนรูปร่างขอข้อเข่า ในรายที่เป็นมากจะมีการชำรุดของบริเวณเข่าด้านในมากกว่าด้านนอก จนทำให้กระดูกชิดชนกัน ร่วมกับกระดูกงอกที่เกิดขึ้น การเกิดกระดูกงอกที่เป็นมาก อาจจะคลำได้กดเจ็บ และก่อให้เกิดการโค้งงอขอข้อเข่า

มีวิธีการรักษาอย่างไร และสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการได้โดยจุดมุ่ง หมายในการรักษาคือ ช่วยบรรเทาอาการปวด ช่วยให้หน้าที่การใช้งานของข้อกลับคืนสู่ภาวะปกติหรือใกล้ เคียงปกติมากที่สุด และป้องกันหรือแก้ไขการผิดรูปของข้อ วิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ ความรุนแรงของโรค การใช้งานที่คาดหวังและความพร้อมของผู้ให้การรักษา

การรักษามีแนวทางหลัก 2 วิธีได้แก่ การรักษาโดยวิธีการไม่ผ่าตัด และการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด

บิมร้อย น้ำมังคุด รู้ทันโรคข้อเข่าเสื่อม ข้อเสื่อม โทร 094 709 4444





บิมร้อย น้ำมังคุด รู้ทันโรคข้อเข่าเสื่อม ข้อเสื่อม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อมคืออะไร

        โรคข้อเข่าเสื่อม คือ โรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งเป็นผลมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นและการใช้งานมาก เมื่อมีการใช้งานผิวข้อที่สึกจะมีการขัดสีกัน ทำให้เกิดอาการปวดข้อเข่าตามมา



มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง

        1.  อายุ การเกิดข้อเข่าเสื่อมจะพบมากตามอายุที่เพิ่มขึ้น

        2.  เพศ พบในเพศหญิงบ่อยกว่าเพศชาย

        3.  พันธุกรรม อาจมีคนในครอบครัวเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วย

        4.  ภาวะอ้วน น้ำหนักตัวที่มากขึ้น ทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักและแรงกดทับมากขึ้น

        5.  การได้รับบาดเจ็บ เช่น การมีเอ็นไขว้หรือหมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด หรือมีกระดูกผิวข้อแตก



อาการและอาการแสดงเป็นอย่างไร

        1.  อาการปวด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด มักปวดมากขึ้นเมื่อใช้งานและลดลงหลังจากการพัก

        2.  ข้อยึดติด ถ้าเป็นมาก มุมของการเหยียดงอเข่าจะลดลง เคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันลำบาก

        3.  ข้อบวม อาจพบเป็นๆ หายๆ เกิดจากเยื่อบุข้อ มีการอักเสบหรือมีการสร้างน้ำไขข้อเพิ่มขึ้น

        4.  มีเสียงหรือมีความรู้สึกว่ากระดูกเสียดสีกันเวลาเคลื่อนไหวข้อ

        5.  ถ้าเป็นรุนแรง ข้อจะผิดรูป ขาโก่ง

        6.  ข้อหลวม รู้สึกไม่มั่นคงเวลายืนหรือเดิน เนื่องจากเอ็นรอบๆ ข้อหย่อน

        7.  กล้ามเนื้อรอบๆ ข้อมีขนาดเล็กลงและไม่มีแรง



มีวิธีการรักษาอย่างไร และสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

        ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการได้ โดยจุดมุ่งหมายในการรักษา คือ ช่วยบรรเทาอาการปวด ช่วยให้หน้าที่การใช้งานของข้อกลับคืนสู่ภาวะปกติหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด และป้องกันหรือแก้ไขการผิดรูปของข้อ วิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ ความรุนแรงของโรค การใช้งานที่คาดหวังและความพร้อมของผู้ให้การรักษา







    การรักษามีแนวทางหลัก 2 วิธี ได้แก่ การรักษาโดยวิธีการไม่ผ่าตัด และการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด



การรักษาด้วยวิธีการไม่ผ่าตัด

        1. การปรับเปลี่ยนการใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้แก่

            -  การพักหรือใช้งานข้อให้น้อยลง หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นระยะเวลานาน

            -  หลีกเลี่ยงการนั่งงอเข่า เช่น คุกเข่า พับเพียบ ยองๆ ขัดสมาธิ หรือนั่งเก้าอี้ต่ำ

            -  หลีกเลี่ยงการเดินขึ้นลงบันไดโดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นควรเดินช้าๆ และขึ้นลงทีละขั้น

            -  หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งท่าเดียวนานๆ ควรเปลี่ยนท่าหรือขยับข้อเข่าอยู่เรื่อยๆ

            -  นั่งถ่ายบนโถนั่งชักโครก หรือใช้เก้าอี้ที่มีรูตรงกลางวางไว้เหนือคอห่านแทนการนั่งยองๆ ควรทำราวจับบริเวณโถนั่งเพื่อใช้ช่วยพยุงตัวเวลาจะนั่งหรือยืน



        2.  ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก ควรลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง

        3.  การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน เช่น ไม้เท้า ไม้ค้ำยัน จะช่วยลดแรงที่เกิดกับข้อได้

        4.  ที่นอนควรมีความสูงระดับเข่า ไม่ควรนอนบนพื้น เพราะจะปวดมากเวลาจะนอนหรือลุกขึ้น

        5.  การประคบอุ่นบริเวณข้อเข่า ช่วยลดอาการปวดและกล้ามเนื้อเกร็งได้

        6.  การสวมสนับเข่า ในกรณีที่ข้อเข่าเสียความมั่นคง จะช่วยกระชับข้อและลดอาการปวด

        7.  การทำกายภาพบำบัด ได้แก่ การฝึกความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบข้อ การเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ และการเพิ่มสมรรถภาพของร่างกาย

        8.  การใช้ยา ปัจจุบันมียาหลายกลุ่มที่ใช้รักษาโรคข้อเสื่อม ไก้แก่

            -  ยาแก้ปวดพาราเซตามอล เป็นยากลุ่มแรกที่ใช้ในการควบคุมอาการ

            -  ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ช่วยลดอาการปวดและการอักเสบของข้อ

            -  ยาช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างของข้อ เช่น กลูโคซามีนซัลเฟต จะช่วยชะลอโรค ซ่อมแซมผิวข้อ ลดการอักเสบและอาการปวด เป็นยาทางเลือกในข้อเสื่อมระยะเริ่มต้น



            -  การฉีดน้ำเลี้ยงไขข้อ เป็นทางเลือกในการช่วยลดอาการปวดและช่วยให้การเคลื่อนไหวข้อดีขึ้น

            -  การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ เป็นทางเลือกในข้อเสื่อมรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาวิธีอื่น

บิม100 อาการ ข้อเข่าเสื่อม เคล็ดลับดูแลสุขภาพ โทร 094 709 4444





บิม100 อาการ ข้อเข่าเสื่อม เคล็ดลับดูแลสุขภาพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife



การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบันมีหลายวิธี โดย การใช้ยาฉีดเข่าข้อ (Hyaluronic Acid) ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน



Hyaluronic Acid หรือ HAเป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำในข้อ และในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมพบว่าน้ำในข้อมีความหนืดลดลง เนื่องจาก Hyaluronic Acid (HA) ภายในข้อมีปริมาณลดลง ดังนั้น การฉีดยา Hyaluronic Acid (HA) เข่าข้อจะช่วยเพิ่มความหนืดของน้ำในข้อ ให้มีความหล่อลื่นมากขึ้น และ ยาฉีดเข้าข้อยังมีประโยชน์ช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวข้อให้เกิดการผลิตน้ำหล่อเลี้ยงข้ออีกด้วย นอกจากนี้ ยาฉีด Hyaluronic Acid (HA) ยังมีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดข้อได้



การฉีดยา Hyaluronic Acid (HA) จะ ทำการฉีด ครั้งละ 1 เข็มต่อเนื่องกัน นาน 3-5 สัปดาห์ แต่ในปัจจุบัน มีการลดลงเหลือเพียงฉีดครั้งเดียว ซึ่งสะดวกต่อคนไข้ และลดโอกาส หรือ ความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงจากการฉีด



ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับจากยาฉีด Hyaluronic Acid (HA) คือ การลดการบาดเจ็บและการทำลายกระดูกอ่อนลดการอักเสบของข้อ, ช่วยกระจายแรงกระทำต่อข้อ ทำให้มีการถ่ายน้ำหนักภายในข้ออย่างมีประสิทธิภาพ และ เพิ่มความสามารถในการใช้งานของข้อ



หากคุณมีอาการเหล่านนี้มากกว่า 3 ข้อขึ้นไป คุณอาจมีความเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อม หากปล่อยไว้นานจนถึงระยะรุนแรง อาจเป็นหนักขั้นเดินไม่ได้ เพื่อชะลอความเสื่อมให้ช้าลง และได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ให้สามารถดำเนินคุณภาพชีวิตได้ตามปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ







คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมหรือไม่



โรคข้อเข่าเสื่อม

ปัญหาโรคกระดูกและข้อที่ไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บยังพบอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสึกหรอของข้อต่อต่างๆ ของร่างกายภายหลังการใช้งานมานาน ภาวะข้อเสื่อมตามสภาพร่างกายนั้นจึงเกิดขึ้นกับทุกคนเมื่อมีอายุมากขึ้น โรคข้อเสื่อมจึงเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ



โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อมเนื่องจากเป็นข้อที่รับน้ำหนักและใช้งานมาก การรักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมนับว่ามีความสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการดูแลช่วยเหลือตนเอง ลดอาการปวด ลดอาการแทรกซ้อน ชะลอการเสื่อมของข้อ ป้องกันความพิการ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น



โรคข้อเข่าเสื่อม



อาการสำคัญ

1.อาการข้อเข่าฝืด ตึง โดยเฉพาะในช่วงตื่นนอน หรือพักการใช้งานขอข้อเข่านานๆ

2.อาการปวดเข่า มีลักษณะปวดตื้อๆ ทั่วๆ ไปบริเวณข้อและมักปวดแบบเรื้อรัง อาการปวดจะมากขึ้นเมื่อมีการใช้งาน เช่น นั่งคุกเข่า นั่งยองๆ และจะทุเลาลงเมื่อพักการใช้งาน

3.มีเสียงในข้อเข่า เมื่อเวลาขยับเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากการเสียดสีของผิวข้อที่ไม่เรียบขรุขระ ซึ่งเป็นผลของการมีเศษกระดูก และอาจเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนในข้อที่พลิกไปมา

4.เวลาขึ้น-ลงบันได จะมีอาการเจ็บเสียวที่ข้อเข่า

5.การเปลี่ยนรูปร่างขอข้อเข่า ในรายที่เป็นมากจะมีการชำรุดของบริเวณเข่าด้านในมากกว่าด้านนอก จนทำให้กระดูกชิดชนกัน ร่วมกับกระดูกงอกที่เกิดขึ้น การเกิดกระดูกงอกที่เป็นมาก อาจจะคลำได้กดเจ็บ และก่อให้เกิดการโค้งงอขอข้อเข่า

มีวิธีการรักษาอย่างไร และสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการได้โดยจุดมุ่ง หมายในการรักษาคือ ช่วยบรรเทาอาการปวด ช่วยให้หน้าที่การใช้งานของข้อกลับคืนสู่ภาวะปกติหรือใกล้ เคียงปกติมากที่สุด และป้องกันหรือแก้ไขการผิดรูปของข้อ วิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ ความรุนแรงของโรค การใช้งานที่คาดหวังและความพร้อมของผู้ให้การรักษา

การรักษามีแนวทางหลัก 2 วิธีได้แก่ การรักษาโดยวิธีการไม่ผ่าตัด และการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด

อาการโรคข้อเสื่อม BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด โทร 088 826 4444





อาการโรคข้อเสื่อม BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อมและวิธีการถนอมข้อเข่าเทียม



หมายถึง โรคที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทั้งทางด้านรูปร่าง โครงสร้าง การท้างานของกระดูกข้อต่อและกระดูกบริเวณใกล้ข้อ การเปลี่ยน แปลงที่เกิดขึ้นไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมและอาจมีความเสื่อมรุนแรงขึ้นตามลำดับ



สาเหตุความเสื่อมของข้อเข่า



คามเสื่อมแบบปฐมภูมิ หรือไม่ทราบสาเหตุ เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัย



ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อควำมเสื่อมของข้อเข่า ได้แก่



อายุ พบว่า อายุ 40 ปี เริ่มมีข้อเสื่อม อายุ 60 ปี เป็นข้อเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ 40

เพศ ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อของร่างกาย

น้ำหนักตัวที่เกิน น้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับเข่าเสื่อม พบว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงที่กระทำต่อข้อเข่า 1-1.5 กิโลกรัม ขณะเดียวกันเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูก ส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น

การใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ เป็นต้น

ความบกพร่องของส่วนประกอบของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวมกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง

กรรมพันธุ์ โรคข้อเข่าเสื่อมมีหลักฐานการถ่ายทอดทางพันธุกรรมน้อยกว่าที่ข้อนิ้วมือเสื่อม







ความเสื่อมแบบทุติยภูมิ เป็นความเสื่อมที่ทราบสาเหตุ เช่น เคยประสบอุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น การบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข้อเข่าจากการทำงานหรือการเล่นกีฬา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์ ข้ออักเสบติดเชื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น อ้วน เป็นต้น



อาการ และอาการแสดงของโรคข้อเข่าเสื่อม



อาการในระยะแรก เริ่มปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน ขึ้นลงบันได หรือนั่งพับเข่า อาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดพักการใช้ข้อ ร่วมกับมีอาการข้อฝืดขัดโดยเฉพาะเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เมื่อขยับข้อจะรู้สึกถึงการเสียดสีของกระดูกหรือมีเสียงดังในข้อ



เมื่อมีภาวะข้อเสื่อมรุนแรง อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้น บางครั้งปวดเวลากลางคืน อาจคลำส่วนกระดูกงอกได้บริเวณด้านข้างข้อ เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาเต็มที่จะมีอาการปวดหรือเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า หากมีการอักเสบจะมีข้อบวม ร้อน และตรวจพบน้ำในช่องข้อ ถ้ามีข้อเสื่อมมานานจะพบว่า เหยียดหรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุด กล้ามเนื้อต้นขาลีบ ข้อเข่าโก่ง หลวม หรือบิดเบี้ยวผิดรูป ท้าให้เดินและใช้ชีวิตประจ้าวันล้าบาก และมีอาการปวดเวลาเดินหรือขยับ



เกณฑ์การวินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อม



มีข้อสนับสนุน 1 ข้อ ดังต่อไปนี้



           3.1 อายุเกิน 50 ปี

           3.2 อาการฝืดแข็งในตอนเช้านานน้อยกว่า 30 นาที

           3.3 มีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหวเข่า จากการเสียดสีของเยื่อบุภายในข้อ

สมุนไพรช่วยโรคข้อเข่าเสื่อม BIM100 อาหารเสริมดูแลสุขภาพ โทร 094 709 4444





สมุนไพรช่วยโรคข้อเข่าเสื่อม BIM100 อาหารเสริมดูแลสุขภาพ 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife



การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบันมีหลายวิธี โดย การใช้ยาฉีดเข่าข้อ (Hyaluronic Acid) ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน



Hyaluronic Acid หรือ HAเป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำในข้อ และในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมพบว่าน้ำในข้อมีความหนืดลดลง เนื่องจาก Hyaluronic Acid (HA) ภายในข้อมีปริมาณลดลง ดังนั้น การฉีดยา Hyaluronic Acid (HA) เข่าข้อจะช่วยเพิ่มความหนืดของน้ำในข้อ ให้มีความหล่อลื่นมากขึ้น และ ยาฉีดเข้าข้อยังมีประโยชน์ช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวข้อให้เกิดการผลิตน้ำหล่อเลี้ยงข้ออีกด้วย นอกจากนี้ ยาฉีด Hyaluronic Acid (HA) ยังมีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดข้อได้



การฉีดยา Hyaluronic Acid (HA) จะ ทำการฉีด ครั้งละ 1 เข็มต่อเนื่องกัน นาน 3-5 สัปดาห์ แต่ในปัจจุบัน มีการลดลงเหลือเพียงฉีดครั้งเดียว ซึ่งสะดวกต่อคนไข้ และลดโอกาส หรือ ความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงจากการฉีด



ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับจากยาฉีด Hyaluronic Acid (HA) คือ การลดการบาดเจ็บและการทำลายกระดูกอ่อนลดการอักเสบของข้อ, ช่วยกระจายแรงกระทำต่อข้อ ทำให้มีการถ่ายน้ำหนักภายในข้ออย่างมีประสิทธิภาพ และ เพิ่มความสามารถในการใช้งานของข้อ



หากคุณมีอาการเหล่านนี้มากกว่า 3 ข้อขึ้นไป คุณอาจมีความเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อม หากปล่อยไว้นานจนถึงระยะรุนแรง อาจเป็นหนักขั้นเดินไม่ได้ เพื่อชะลอความเสื่อมให้ช้าลง และได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ให้สามารถดำเนินคุณภาพชีวิตได้ตามปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ







คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมหรือไม่



โรคข้อเข่าเสื่อม

ปัญหาโรคกระดูกและข้อที่ไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บยังพบอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสึกหรอของข้อต่อต่างๆ ของร่างกายภายหลังการใช้งานมานาน ภาวะข้อเสื่อมตามสภาพร่างกายนั้นจึงเกิดขึ้นกับทุกคนเมื่อมีอายุมากขึ้น โรคข้อเสื่อมจึงเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ



โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อมเนื่องจากเป็นข้อที่รับน้ำหนักและใช้งานมาก การรักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมนับว่ามีความสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการดูแลช่วยเหลือตนเอง ลดอาการปวด ลดอาการแทรกซ้อน ชะลอการเสื่อมของข้อ ป้องกันความพิการ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น



โรคข้อเข่าเสื่อม



อาการสำคัญ

1.อาการข้อเข่าฝืด ตึง โดยเฉพาะในช่วงตื่นนอน หรือพักการใช้งานขอข้อเข่านานๆ

2.อาการปวดเข่า มีลักษณะปวดตื้อๆ ทั่วๆ ไปบริเวณข้อและมักปวดแบบเรื้อรัง อาการปวดจะมากขึ้นเมื่อมีการใช้งาน เช่น นั่งคุกเข่า นั่งยองๆ และจะทุเลาลงเมื่อพักการใช้งาน

3.มีเสียงในข้อเข่า เมื่อเวลาขยับเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากการเสียดสีของผิวข้อที่ไม่เรียบขรุขระ ซึ่งเป็นผลของการมีเศษกระดูก และอาจเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนในข้อที่พลิกไปมา

4.เวลาขึ้น-ลงบันได จะมีอาการเจ็บเสียวที่ข้อเข่า

5.การเปลี่ยนรูปร่างขอข้อเข่า ในรายที่เป็นมากจะมีการชำรุดของบริเวณเข่าด้านในมากกว่าด้านนอก จนทำให้กระดูกชิดชนกัน ร่วมกับกระดูกงอกที่เกิดขึ้น การเกิดกระดูกงอกที่เป็นมาก อาจจะคลำได้กดเจ็บ และก่อให้เกิดการโค้งงอขอข้อเข่า

มีวิธีการรักษาอย่างไร และสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการได้โดยจุดมุ่ง หมายในการรักษาคือ ช่วยบรรเทาอาการปวด ช่วยให้หน้าที่การใช้งานของข้อกลับคืนสู่ภาวะปกติหรือใกล้ เคียงปกติมากที่สุด และป้องกันหรือแก้ไขการผิดรูปของข้อ วิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ ความรุนแรงของโรค การใช้งานที่คาดหวังและความพร้อมของผู้ให้การรักษา

การรักษามีแนวทางหลัก 2 วิธีได้แก่ การรักษาโดยวิธีการไม่ผ่าตัด และการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด

ยิ่งอายุเยอะ สุขภาพยิ่งแย่ลง BIM100 สร้างภูมิสมดุลให้สุขภาพ ช่วยโรคข้อเข...





ยิ่งอายุเยอะ สุขภาพยิ่งแย่ลง BIM100 สร้างภูมิสมดุลให้สุขภาพ ช่วยโรคข้อเข่าเสื่อม 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อมคืออะไร

        โรคข้อเข่าเสื่อม คือ โรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งเป็นผลมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นและการใช้งานมาก เมื่อมีการใช้งานผิวข้อที่สึกจะมีการขัดสีกัน ทำให้เกิดอาการปวดข้อเข่าตามมา



มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง

        1.  อายุ การเกิดข้อเข่าเสื่อมจะพบมากตามอายุที่เพิ่มขึ้น

        2.  เพศ พบในเพศหญิงบ่อยกว่าเพศชาย

        3.  พันธุกรรม อาจมีคนในครอบครัวเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วย

        4.  ภาวะอ้วน น้ำหนักตัวที่มากขึ้น ทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักและแรงกดทับมากขึ้น

        5.  การได้รับบาดเจ็บ เช่น การมีเอ็นไขว้หรือหมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด หรือมีกระดูกผิวข้อแตก



อาการและอาการแสดงเป็นอย่างไร

        1.  อาการปวด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด มักปวดมากขึ้นเมื่อใช้งานและลดลงหลังจากการพัก

        2.  ข้อยึดติด ถ้าเป็นมาก มุมของการเหยียดงอเข่าจะลดลง เคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันลำบาก

        3.  ข้อบวม อาจพบเป็นๆ หายๆ เกิดจากเยื่อบุข้อ มีการอักเสบหรือมีการสร้างน้ำไขข้อเพิ่มขึ้น

        4.  มีเสียงหรือมีความรู้สึกว่ากระดูกเสียดสีกันเวลาเคลื่อนไหวข้อ

        5.  ถ้าเป็นรุนแรง ข้อจะผิดรูป ขาโก่ง

        6.  ข้อหลวม รู้สึกไม่มั่นคงเวลายืนหรือเดิน เนื่องจากเอ็นรอบๆ ข้อหย่อน

        7.  กล้ามเนื้อรอบๆ ข้อมีขนาดเล็กลงและไม่มีแรง



มีวิธีการรักษาอย่างไร และสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

        ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการได้ โดยจุดมุ่งหมายในการรักษา คือ ช่วยบรรเทาอาการปวด ช่วยให้หน้าที่การใช้งานของข้อกลับคืนสู่ภาวะปกติหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด และป้องกันหรือแก้ไขการผิดรูปของข้อ วิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ ความรุนแรงของโรค การใช้งานที่คาดหวังและความพร้อมของผู้ให้การรักษา







    การรักษามีแนวทางหลัก 2 วิธี ได้แก่ การรักษาโดยวิธีการไม่ผ่าตัด และการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด



การรักษาด้วยวิธีการไม่ผ่าตัด

        1. การปรับเปลี่ยนการใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้แก่

            -  การพักหรือใช้งานข้อให้น้อยลง หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นระยะเวลานาน

            -  หลีกเลี่ยงการนั่งงอเข่า เช่น คุกเข่า พับเพียบ ยองๆ ขัดสมาธิ หรือนั่งเก้าอี้ต่ำ

            -  หลีกเลี่ยงการเดินขึ้นลงบันไดโดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นควรเดินช้าๆ และขึ้นลงทีละขั้น

            -  หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งท่าเดียวนานๆ ควรเปลี่ยนท่าหรือขยับข้อเข่าอยู่เรื่อยๆ

            -  นั่งถ่ายบนโถนั่งชักโครก หรือใช้เก้าอี้ที่มีรูตรงกลางวางไว้เหนือคอห่านแทนการนั่งยองๆ ควรทำราวจับบริเวณโถนั่งเพื่อใช้ช่วยพยุงตัวเวลาจะนั่งหรือยืน



        2.  ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก ควรลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง

        3.  การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน เช่น ไม้เท้า ไม้ค้ำยัน จะช่วยลดแรงที่เกิดกับข้อได้

        4.  ที่นอนควรมีความสูงระดับเข่า ไม่ควรนอนบนพื้น เพราะจะปวดมากเวลาจะนอนหรือลุกขึ้น

        5.  การประคบอุ่นบริเวณข้อเข่า ช่วยลดอาการปวดและกล้ามเนื้อเกร็งได้

        6.  การสวมสนับเข่า ในกรณีที่ข้อเข่าเสียความมั่นคง จะช่วยกระชับข้อและลดอาการปวด

        7.  การทำกายภาพบำบัด ได้แก่ การฝึกความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบข้อ การเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ และการเพิ่มสมรรถภาพของร่างกาย

        8.  การใช้ยา ปัจจุบันมียาหลายกลุ่มที่ใช้รักษาโรคข้อเสื่อม ไก้แก่

            -  ยาแก้ปวดพาราเซตามอล เป็นยากลุ่มแรกที่ใช้ในการควบคุมอาการ

            -  ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ช่วยลดอาการปวดและการอักเสบของข้อ

            -  ยาช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างของข้อ เช่น กลูโคซามีนซัลเฟต จะช่วยชะลอโรค ซ่อมแซมผิวข้อ ลดการอักเสบและอาการปวด เป็นยาทางเลือกในข้อเสื่อมระยะเริ่มต้น



            -  การฉีดน้ำเลี้ยงไขข้อ เป็นทางเลือกในการช่วยลดอาการปวดและช่วยให้การเคลื่อนไหวข้อดีขึ้น

            -  การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ เป็นทางเลือกในข้อเสื่อมรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาวิธีอื่น