แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำมังคุด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำมังคุด แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560

BIM100 น้ำมังคุด สมุนไพรดูแลสุขภาพโรคตาเสื่อม โทร 094 709 4444




BIM100 น้ำมังคุด สมุนไพรดูแลสุขภาพโรคตาเสื่อม

สอบถามเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/90

โทร 088-826-4444 , 094-709-4444

        089-071-8889 , 094-435-0404

LINE ID : @Jumbolife





อาการของ

โรคจอประสาทเสื่อม



ตรงกลางของการมองจะมีอาการเบลอ นำไปสู่การยากที่จะระบุหน้าของผู้คนได้รวมไปถึงกิจกรรมเช่นการขับรถและอ่านหนังสือด้วย อาจมีการเห็นสีเพี้ยนและเส้นตรงมีความคดงอหรือเป็นคลื่นได้. อาการจอประสาทตาเสื่อมบางครั้งอาจทำให้เกิดอาการแพ้แสงได้ โรคจอประสาทตาเสื่อมไม่ทำให้เกิดอาการตาบอดสนิท และปกติจะเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองตา



โรคจอประสาทตาเสื่อม โดยทั่วไปมีด้วยกัน 2 แบบ



ทั้งสองแบบนี้เกิดขึ้นที่บริเวณ Macula เป็นส่วนเล็กๆของ Retina ที่เริ่มมีการเสื่อมสภาพ



Dry AMD - เป็นแบบที่เจอได้บ่อยที่สุด มันเกิดขึ้นเมื่อเซลของmacula ถูกทำลายเนื่องจากการสะสมของเสีย การเสียการมองเห็นส่วนกลางอาจใช้เวลานาน ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้

Wet AMD -อาการที่พัฒนามาจาก Dry AMD เกิดจากเส้นเลือดที่เกิดใหม่ผิดปกติภายใต้ Macula ที่มีเลือดออก อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทันที ในการที่จะรักษา Wet AMD นั้นต้องใช้ Anti-VEGF เพื่อชะลอการเสื่อมสภาพ โดยป้องกันการเกิดเส้นเลือดใหม่ในตา การรักษาด้วยการยิงเลเซอร์เพื่อทำลายเส้นเลือดที่ผิดปกติ ปรึกษาคุณหมอหรือนักทัศนมาตรเพื่อแนะนำการรักษา และปรึกษาว่าเลนส์ตัวไหนสามารถช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น



วิธีการรักษา



     ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมชนิดแห้งให้หายขาด ทำได้เพียงชะลอการเกิดโรคเท่านั้น

คือ การตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์เป็นประจำ รวมถึงควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการเสื่อมของจุดศูนย์กลางการรับ







ภาพของจอประสาทตา ส่วนการรักษาโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม ชนิดเปียก ทำได้โดย

1. การฉายแสงเลเซอร์ที่ทำให้เกิดความร้อนลงบนจอประสาทตา (Laser Photocoagulation)

    เพื่อยับยั้งหรือชะลอเส้นเลือดผิดปกติที่ทำให้เกิดเลือดออกใต้จอประสาทตาได้ ส่วนของจอประสาทตาที่โดนแสง

    เลเซอร์ชนิดนี้จะถูกความร้อนทำลายไปด้วย ทำให้เกิดจุดมืดดำอย่างถาวร การมองเห็นจะลดลงทันทีหลังการรักษา

    ซึ่งการรักษาวิธีนี้ ใช้ได้กับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของโรคอยู่ห่างจากศูนย์กลางจอประสาทตาพอสมควร



2. การฉายแสดงเลเซอร์ที่ไม่ทำให้เกิดความร้อนภายหลัง ร่วมกับการให้ยาเข้าทางเส้นเลือด

    (Photodynamic Therapy : PDT) โดยจะให้ยาเข้าทางเส้นเลือดผ่านไปตามระบบไหลเวียนโลหิต และจับกับเซลล์

    ที่มีการแบ่งตัวที่ผนังหลอดเลือดที่ผิดปกติ

ใต้จอประสาทตา จากนั้นจึงฉายแสงไปช่วยกระตุ้นให้ยาทำลายหลอดเลือดที่ผิดปกติ โดยไม่มีผลกระทบกับจอประสาทตา

บริเวณนั้น ซึ่งผู้ป่วยยังคงสามารถมองเห็นได้เหมือนก่อนการฉายแสงเลเซอร์ ในบางรายที่อาการของโรคยังไม่รุนแรง

การมองเห็นที่ลดลงก่อนการรักษาอาจกลับคืนมาใกล้เคียงกับปกติได้



3. การฉีดยากลุ่ม (Anti-Vascular Endothelial Growth Factor : Anti-VEGF)

    เข้าไปในน้ำวุ้นตาเพื่อทำให้เส้นเลือดที่งอกผิดปกติฝ่อไป ต้องฉีดอย่างน้อย 3 ครั้ง ทุก 1 เดือน และอาจต้องฉีดทุก 2 - 3 เดือนในระยะต่อมา



4. การผ่าตัด ทำในกรณีที่มีเลือดออกใต้ศูนย์กลางรับภาพ โดยการฉีดยาเข้าไปเพื่อทำให้เลือดที่แข็งตัวละลาย และฉีดแก๊สเข้าไปรีดเลือดให้ขยับออกจากศูนย์กลางจอรับภาพ

BIM100 รู้ทันโรคตาเสื่อม ดูแลสุขภาพก่อนนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น โทร 0...






BIM100 รู้ทันโรคตาเสื่อม ดูแลสุขภาพก่อนนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น

สอบถามเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/90

โทร 088-826-4444 , 094-709-4444

        089-071-8889 , 094-435-0404

LINE ID : @Jumbolife







สาเหตุของโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม



ปัจจัยเสี่ยงที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม ได้แก่



1. อายุ สามารถพบได้ในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป

2. พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ควรได้รับการตรวจเช็คจอประสาทตาทุก 1 ปี

3. เชื้อชาติและเพศ พบโรคนี้ได้มากในคนต่างชาติ ยุโรป, อเมริกา และเพศหญิงที่มีอายุมากกว่า 60 ปี

4. การสูบบุหรี่ เพิ่มโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่

5. ภาวะความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาลดความดันโลหิตและมีระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดสูง

    ระดับแคโรทีนอยด์ในเลือดต่ำ มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเป็นโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก (Wet AMD)

6. วัยหมดประจำเดือน ผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนและไม่ได้รับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจน มักมีความเสี่ยงสูง

    ในการเป็นโรคนี้



ชนิดของโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม



1. แบบแห้ง (Dry AMD)

         

     เป็นชนิดที่พบมากที่สุด เกิดจากการเสื่อมและบางตัวลงของจุดศูนย์กลางการรับภาพของจอประสาทตา (Macular)

จากกระบวนการเสื่อมตามอายุ อาการเริ่มต้นของโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมแบบแห้ง คือ การมองเห็นภาพเบลอ

ทำให้มองเห็นหน้าคนไม่ชัดเจน เป็นผลให้จำหน้าบุคคลไม่ได้ หรือต้องใช้แสงสว่างมากขึ้นในการทำกิจกรรมต่างๆ หรือ

ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการเริ่มจากตามัวเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปความสามารถในการมองเห็นจะค่อยๆ ลดลง

และเป็นไปอย่างช้าๆ







2. แบบเปียก (Wet AMD)



    พบประมาณ 10 - 15 % ของโรคจอประสาทตาเสื่อมทั้งหมด แต่จะสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็วและเป็นสาเหตุ

สำคัญของอาการตาบอดในโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม เกิดจากมีหลอดเลือดผิดปกติงอกอยู่ใต้จอประสาทตา

ทำให้เลือดและของเหลวที่อยู่ภายในไหลซึมออกมา เป็นผลให้จุดศูนย์กลางการรับภาพบวม ผู้ป่วยจะเริ่มมองเห็นภาพ

ตรงกลางบิดเบี้ยว และเมื่อเซลล์ประสาทตาตาย ผู้ป่วยจะสูญเสียการมองเห็นในที่สุด อาการเริ่มต้นของโรคศูนย์กลาง

จอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก คือ เริ่มเห็นเส้นตรงกลายเป็นเส้นโค้งบิดเบี้ยว เห็นภาพสีซีดจางกว่าปกติ และอาจเห็น

จุดมืดดำที่ตรงกลางภาพ

         

     ผู้ป่วยที่ตรวจพบว่ามีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งของโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม สามารถสังเกตความผิดปกติ

ด้วยตัวเองได้ โดยการใช้แผ่นทดสอบ "แอมส์เลอร์กริด" (Amsler Grid) โดยไม่ต้องถอดแว่นตา หรือ คอนแทคเลนส์ที่

ใส่อยู่ออก  โดยนำแผ่นทดสอบไปติดบนผนังที่มีแสงสว่างเพียงพอในระดับสายตา ยืนห่างจากแผ่นภาพประมาณ 14 นิ้ว

ใช้มือปิดตาข้างหนึ่งไว้แล้วมองที่จุดสีดำตรงกลางแผ่นทดสอบด้วยตาข้างที่เปิดอยู่ ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับตาอีกข้าง หาก

มองเห็นลายเส้นตรงบนแผ่นทดสอบ มีลักษณะเป็นคลื่น หงิกงอ ขาดจากกัน พร่ามัว หรือบางพื้นที่หายไปจากที่มองเห็น

ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ภายใน 1 สัปดาห์ จักษุแพทย์จะทำการตรวจโดยใช้กล้อง Slit Lamp Biomicroscope และตรวจ

พิเศษด้วยการฉีดสีเพื่อถ่ายภาพจอประสาทตา หรือเข้าเครื่องตรวจวิเคราะห์ภาพตัดขวางจอประสาทตา เพื่อดูลักษณะและ

ขอบเขตความผิดปกติที่เกิดขึ้น



การป้องกัน



1. ควรสวมแว่นตากันแดดที่เคลือบสารป้องกันรังสียูวีและหมวกปีกกว้างเวลาที่ออกมาเผชิญกับแสงแดด

2. รับประทานผักและผลไม้ โดยเฉพาะผักใบเขียวที่มีส่วนประกอบของลูทีน (Lutein) เช่น ผักในตระกูลคะน้า หัวผักกาด

    ผักขม บล๊อคโคลี่ เป็นต้น

3. งดการสูบบุหรี่

4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

5. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่มีไขมันและคลอเรสเตอรอลสูง

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2558

BIM100 สุขและสวย คุณเกศกัญญา โทร 089 0718889 คุณอานนท์

 

รายละเอียดOperationBIM เพิ่มเติม http://tinyurl.com/bim100asianlife หรือ http://www.JumbolifeShop.com
โทร 089-071-8889 คุณ อานนท์ LINE ID : Jumbolifeshop
BIM100 #สุขและสวย คุณเกศกัญญา โทร 089 0718889 คุณอานนท์

#คุณเกศกัญญา โสตถิรัตน์วิโรจน์ แบ่งปันประสบการณ์การใช้ #โลชันนวดลดกระชับส­ัดส่วน สูตร #SlimSAFE Special Formula
ทริมวันเชพเฟิร์มมิ่งโลชั่น TrimOne Shape Firming Lotion หุ่นเพรียว กระชับ อย่างปลอดภัย ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ทริมวันโลชั่นกระชับผิว เชฟ เฟิร์มมิ่ง โลชั่น ครีมกระชับผิว สูตรเพิ่มประสิทธิภาพ เน้นการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน เพื่อความเพรียวบางของต้นแขน ต้นขา เอว และสะโพก เนื้อบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้ผิวกระชับ เพียงลูบไล้โลชั่นให้ชุ่มและทั่วบริเวณที่มีส่วนเกิน หรือ เซลลูไลท์ วันละ 2 ครั้ง หลังอาบน้ำ เช้า – เย็น ยิ่งใช้มากจะได้ผลเร็วยิ่งขึ้น

ทริมวัน โลชั่นกระชับผิว สูตร SlimSafe ผลิตภัฒฑ์เพื่อหุ่นเพรียวบาง สูตรสลิมเซฟเป็นสูตรที่พัฒนาจากส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน และยับยั้งการสะสมไขมันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดเพื่อสุขภาพผิวที่ดีอีกด้วย เนื้อบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้ผิวกระชับ เพียงลูบไล้โลชั่นให้ชุ่มและทั่วบริเวณที่มีส่วนเกิน หรือเซลลูไลท์ วันละ 2 ครั้ง หลังอาบน้ำ เช้า-เย็น ยิ่งใช้มากจะได้ผลเร็วยิ่งขึ้น

ติดตามข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติม http://www.facebook.com/bim100asianlife
http://www.facebook.com/JumbolifeShop

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

Living A Good Llife ตอน BIM100 น้ำมังคุด โทร 094 435 0404

รายละเอียดOperationBIM เพิ่มเติม http://tinyurl.com/bim100asianlife หรือ http://www.JumbolifeShop.com
โทร 089-071-8889 คุณ อานนท์ LINE ID : Jumbolifeshop
Living A Good Llife ตอน BIM100 น้ำมังคุด โทร 094 435 0404

รายละเอียดOperationBIM เพิ่มเติม http://tinyurl.com/bim100asianlife หรือ http://www.JumbolifeShop.com
โทร 089-071-8889 คุณ อานนท์ LINE ID : Jumbolifeshop
Living A Good Llife ตอน BIM100 #น้ำมังคุด โทร 094 435 0404

 #น้ำมังคุดสกัดเข้มข้น ชนิดซอง BIM และ BIM and #TRIM โดยเสนอข้อมูลผ่านรายการ #BIM100 ได้มีการผลิตและพัฒนาพิเศษให้มีรสชาติดีที่สุด โดยไม่เติมน้ำตาล ไม่เติมสีสังเคราะห์ ไม่แต่งกลิ่นด้วยสารเคมี ไม่ใช้สารกันบูด ไม่ผสมส่วนเปลือกจึงไม่ปนเปื้อนยาฆ่าศัตรูพืชและไม่มีแทนนินมากเกินไปจนเป็นพิษต่อตับ แต่มีปริมาณมาตรฐานของสาร #GM-1 ซึ่งคณะนักวิจัยพบว่าเป็นสารธรรมชาติในมังคุด ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการ #ปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุล โดยผู้บริโภคผู้ดื่มน้ำมังคุดสกัดนี้วันละ 1 ขวด จะสามารถปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุลได้เท่ากับ GM-1 ในเนื้อมังคุด 45 ผล และรู้สึกสดชื่นจากรสชาติที่อร่อยพร้อมๆกับการมีสุขภาพสุดยอด

ติดตามข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติม http://www.facebook.com/bim100asianlife
http://www.facebook.com/JumbolifeShop
ติดตามข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติม http://www.facebook.com/bim100asianlife
http://www.facebook.com/JumbolifeShop

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

BIM100 โรคกระเพาะอาหาร ต่อมทอนซิลอักเสบ โทร 094 435 0404

รายละเอียดOperationBIM เพิ่มเติม http://tinyurl.com/bim100asianlife หรือ http://www.JumbolifeShop.com
โทร 089-071-8889 คุณ อานนท์ LINE ID : Jumbolifeshop
BIM100 #โรคกระเพาะอาหาร #ต่อมทอนซิลอักเสบ โทร 094 435 0404

#คุณพงศ์นริศร์ อุนะรัตน์ ผู้มีปัญหา #กระเพาะ และต่อมทอนซิลอักเสบ

"เคยทำงานแบบเข้ากะมาก่อน จึงเป็นสาเหตุของการนอน และการทานอาหารไม่เป็นเวลาทำให้เป็นกระเพา­ะมา 10 ปี เมื่อถึงมื้ออาหารรู้สึกท้องร้อนๆ แสบ ต้องดื่มน้ำ และยาลดกรด อีกทั้งรีบหาอะไรมารองท้องไว้ก่อน และงานที่เกี่ยวกับสารเคมี บวกกับพักผ่อนน้อย ทำให้เป็นต่อมทอนซิลอักเสบ ไข้ขึ้น ไม่มีเสียง เจ็บคอมาก หยุดงานครั้งละเกือบสัปดาห์ มีคนแนะนำภูมิคุ้มกันที่สมดุลให้รู้จัก แรกๆยังไม่สนใจ แต่พอได้อ่านเอกสาร และดูซีดีจึงมีความสนใจเรื่องภูมิคุ้มกันท­ี่สมดุล ภายใน 5-7 วัน กระเพาะดีขึ้นชัดเจนมาก ปวดแสบท้องลดลง ต่อมาดีขึ้นตามลำดับจนถึง 80-90% ปัจจุบันนี้ทานเผ็ดได้แล้ว และยังไม่เป็นต่อมทอนซิลอักเสบอีกเลยมา 1 ปีเศษครับ"

ติดตามข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติม http://www.facebook.com/bim100asianlife
http://www.facebook.com/JumbolifeShop