วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การพยาบาลผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์







http://tinyurl.com/7h3j2q4 หรือ http://www.Jumbolifeshop.com
รายการBIM100 ตอนที่29 รูมาตอยด์
BIM100 มีที่มาจากแนวคิดที่อยากจะนำเสนอผลงานวิจั­ย หรือเรื่องราวที่มีคุณประโยชน์ต่อคุณภาพชี­วิตของมนุษย์ และมีสุขภาพที่ดี ในระยะยาว มีอายุที่ยืนยาว ร่างกายที่มีภูมิคุ้มกันที่มีดุลยภาพ ( สมดุล ) ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนอีกต่อไป


ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม http://www.facebook.com/bim100asianlife


การพยาบาลผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ (Arthritis)

ข้ออักเสบ หมายถึง มีภาวะการอักเสบของข้อหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับข้อ ซึ่งการอักเสบนี้จะส่งผลให้มีการอักเสบอย่างเรื้อรัง การรักษาจะใช้เวลานาน ข้ออักเสบมีมากกว่า 100 ชนิด พบว่ามีประชาชนในสหรัฐอเมริกา 37 ล้านคน มีปัญหาเกี่ยวกับข้ออักเสบ
ข้อที่เคลื่อนไหวได้มากจะมีเยื่อหุ้มข้อ ซึ่งประกอบด้วยเส้นเลือด เนื้อเยื่อเส้นใย เยื่อหุ้มข้อสำคัญมากในการเก็บน้ำหล่อลื่นข้อ เพื่อให้ข้อเคลื่อนไหวได้ดี
สาเหตุของข้ออักเสบจริงๆ แล้วไม่ทราบ การรักษาจึงรักษาตามอาการและป้องกันความพิการ
ข้ออักเสบเป็นการอักเสบที่พบบ่อย จำแนกดังนี้ คือ เกิดจากการอักเสบ (Inflammatory) และไม่ได้เกิดจากการอักเสบ (Non-inflammatory)
ข้ออักเสบที่เกิดจากการอักเสบประกอบด้วย ข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) และซิสเตมิค ลูปัส อิริทิมาโตซัส (Systemic lupus erythematosus)
ข้ออักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการอักเสบคือ เก๊าท์ (Gout) และข้อเสื่อม (Osteoarthritis)
ข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุเกี่ยวกับลักษณะอาการ และขบวนการอักเสบที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของข้อต่อ และโครงร่างของข้อ เป็นการอักเสบของข้อที่รุนแรง และเรื้อรัง ทำให้เกิดความพิการ ผู้ป่วยจะทรมานจากการเจ็บปวด ข้อติดแข็ง และบวม
อุบัติการณ์
พบข้ออักเสบรูมาตอยด์ในประชาชนของสหรัฐอเมริกา ประมาณ 6.5 ล้านคน ข้ออักเสบรูมาตอยด์มักเป็นการอักเสบของข้อหลายๆ ข้อ พบมากในผู้หญิงระหว่างอายุ 25-55 ปี
สาเหตุ
สาเหตุที่แท้จริงไม่ทราบ แต่ทฤษฎีของการติดเชื้อ เชื่อว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือโปรโตซัว ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่ามีองค์ประกอบอื่นอีกมากที่มีผลต่อโรคนี้ ได้แก่ กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อมไม่ดี อุบัติเหตุ หรือได้รับความกระทบกระเทือนจากสาเหตุอื่นๆ และจากอาหาร ดังนั้น พอจะรวบรวมสาเหตุได้ด้วย
1. การติดเชื้อเฉพาะที่
2. แพ้พวกแบคทีเรีย
3. ติดเชื้อไวรัส
4. ขาดวิตามิน
5. กระบวนการเผาผลาญผิดปกติ
6. กลไกของระบบอิมมูน
7. อารมณ์และจิตใจ
พยาธิสรีรวิทยา
การเกิดพยาธิสภาพของข้อในผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ แบ่งเป็น 4 ระยะคือ
1. เยื่อบุข้ออักเสบ (Synovitis)
เริ่มมีการอักเสบ ผิวข้อ (Synovial villi) จะขยายใหญ่ขึ้น ถูกแทรกด้วยเซลล์หลายชนิด เช่น ลิมโฟซัยทิค พลาสม่า ลิมโฟปลาสตอยด์ และแม็คโครเฟลจ์ (macrophage) ในระยะแรก การอักเสบจะจำกัดอยู่ในเยื่อหุ้มข้อ (joint capsule) โดยเฉพาะที่เยื่อบุข้อ (synovial membrane) เนื้อเยื่อจะบวม และหนาขึ้น
2. การเกิดพันนัส (Pannus formation)
เมื่ออักเสบเรื้อรัง ทำให้เยื่อบุข้อหนา และแข็งเซาะกระดูกอ่อน และทำลายข้อกระดูกอ่อน ได้รับอาหารไปเลี้ยงไม่พอจึงถูกทำลาย มีการสลายตัว (lysis) และขาดอาหาร
3. ข้อติดแข็งแบบไฟบรัส (Fibrous ankylosis)
เกิดขึ้นจากการมีแกรนนูเลชั่น ทิชชู (glanulation tissue) ต่อไปทำให้บริเวณนั้น เกิดเนื้อเส้นใย (Fibrous tissue) แข็งขึ้นเกิดแผลเป็น ทำให้ข้อเคลื่อนไหวไม่ได้
4. ข้อติดแข็งแบบกระดูก (Bony ankylosis)
เกิดเนื้อเส้นใยมีหินปูนเกาะและจะแข็งมากจนกระดูกและข้อแข็งเคลื่อนไหวไม่ได้
การเปลี่ยนแปลงของอวัยวะใกล้เคียง คือ กล้ามเนื้อผิวหนังที่อยู่ใกล้ชิดกับข้อที่มีพยาธิสภาพจะดึงรั้ง ผิวหนังจะตึงบาง และดูเป็นมัน
อาการและอาการแสดง
อาการนำ คือ อาการอ่อนเพลีย ข้อติดแข็งและเจ็บข้อ ปวดข้อทั่วๆ ไป ปวดเมื่อย น้ำหนักลดและเส้นประสาทบังคับหลอดเลือดเปลี่ยนไป (Vasomotor change) เช่น ชามือและเท้า แต่อาการที่ชัดเจน คือ อาการปวดข้อ และข้อติดแข็งจะเป็นมากขึ้นหลังออกกำลังกายมาก มักเป็นตอนเช้าและอาการดีขึ้นตอนกลางวัน ลักษณะของข้อบวม แดง ร้อน กดเจ็บ
อาการของข้อแข็งตึงตอนเช้า เป็นอาการสำคัญ และมีประโยชน์ในการประเมินว่าโรครุนแรงเพียงใด ในรายรุนแรงผู้ป่วยจะบ่นเรื่องข้อติดแข็งตอนเช้านานมากกว่าชั่วโมง ถ้าอาการดีขึ้นข้อแข็งตึงจะลดลง นอกจากนี้ตรวจดูความรุนแรงได้จากการให้ผู้ป่วยกำมือบีบลูกสูบยาง เครื่องวัดความดัน หรือให้เดินประมาณ 50 ฟุต
ข้อที่มีพยาธิสภาพมากที่สุด คือ ข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก ข้อเข่า กระดูกคอ ตลอดจนกระดูกขากรรไกร ทำให้มีปัญหาในการเคี้ยวอาหารปวดร้าวไปที่หูชั้นกลางและคอ การอักเสบไปที่กระดูกบางส่วนของกล่องเสียง ทำให้เสียงแหบ และอุดตันทางเดินหายใจส่วนต้น
การมีปลอกเอ็นอักเสบ (Tenosynovitis) ของข้อมือ จะกดเส้นประสาทมีเดียน (Median nerve) เกิดคาร์ปัล ทันนิล ซินโดรม (Carpal tunnel Syndrome) ลักษณะผิวหนัง โดยเฉพาะมือจะเย็นขึ้น ซึ่งเกิดจากประสาทอัตโนมัติผิดปกติ พบว่ามีฝ่ามือแดง (Palmar erythema) ได้ ในผู้ป่วยที่เป็นมานาน ผิวหนังบริเวณนิ้วมือจะดูตึงเป็นมันและลีบ
อาการแสดงนอกข้ออื่นๆ
ในผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ พบปึ่มรูมาตอยด์ (Rheumatoid nodule) ได้ประมาณร้อยละ 20 มักพบบริเวณข้อที่ต้องเสียดสีหรือกดทับกับสิ่งอื่น เช่น ข้อศอก นิ้วมือ ท้ายทอย กระดูกก้นกบ ปุ่มอาจเคลื่อนได้หรือยึดติดกับเอ็น ลักษณะนุ่ม กดไม่เจ็บ เป็นถุงน้ำ ปุ่มประกอบ ด้วย รอบหลอดโลหิตและนํ้าเหลือง ซึ่งเป็นลักษณะนิวเคลียสเดียวมักสัมพันธ์กับการถูกกด (รูปที่ 3.6)
อาการแสดงทางตา คือ การอักเสบที่กระจกตากับเยื่อตาขาว (Sjoigren’s syndrome) พบได้ประมาณร้อยละ 15 ตาแห้ง ผลิตน้ำตาได้น้อย เนื่องจากต่อมน้ำตาเหี่ยว
การเปลี่ยนแปลงของปอด มีเนื้อปอดแข็งทั่วๆ ไป เกิดปุ่มในเนื้อปอด มีนํ้าในช่องเยื่อหุ้มปอด
หัวใจ พบว่าเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ลิ้นเอออร์ติครั่ว (Aortic) เนื่องจากเกิดเอออร์ติค แกรนนูโลมา (Aortic granuloma) ในลิ้นเอออร์ติค ลิ้นไมตัสปิดช้าและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
เฟลตี้ ซินโดรม (Felty’s syndrome) กลุ่มอาการรวมในข้ออักเสบรูมาตอยด์ คือ ม้ามโต เม็ดเลือดขาวตํ่า ซีด รูมาตอยด์เฟคเตอร์จะสูงแบบโปรตีนของเลือดตกตะกอนอยู่ในซีรั่มที่แช่เย็น (Cryoglubulin)

http://tinyurl.com/7h3j2q4 หรือ http://www.Jumbolifeshop.com
รายการBIM100 ตอนที่29 รูมาตอยด์
BIM100 มีที่มาจากแนวคิดที่อยากจะนำเสนอผลงานวิจั­ย หรือเรื่องราวที่มีคุณประโยชน์ต่อคุณภาพชี­วิตของมนุษย์ และมีสุขภาพที่ดี ในระยะยาว มีอายุที่ยืนยาว ร่างกายที่มีภูมิคุ้มกันที่มีดุลยภาพ ( สมดุล ) ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนอีกต่อไป


ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม http://www.facebook.com/bim100asianlife


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น